โอกาสและความท้าทาย
การพัฒนาชุมชนและสังคม นับเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญสูงสุดของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่สอดคล้องตามหลักปรัชญา “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” ที่เราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง การเข้าใจความคาดหวัง พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน จะส่งผลให้บริษัทได้รับการยอมรับให้ดำเนินการ (Social License to Operate) และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (Science, Technology, Engineering, and Mathematics: STEM) นับเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การเข้าถึงและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในระดับท้องถิ่น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในขณะเดียวกันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สภาพความเป็นอยู่ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดและความคาดหวังของชุมชนที่แตกต่างกันไป ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เราจึงเดินหน้าดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและเติบโตเคียงข้างชุมชนได้อย่างมั่นคง
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
| ปี 2567 | ปี 2568 | ปี 2573 | |
|---|---|---|---|
| ผลการดำเนินงาน | เป้าหมาย | เป้าหมาย | |
| นักเรียนและนักศึกษาที่ได้รับการส่งเสริมทักษะด้าน STEM (คน)1 | |||
| นักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา | 196,322 | 226,000 | 400,000 |
| นักศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา | 199 | 200 | 300 |
1 จำนวนนักเรียนและนักศึกษาสะสมตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยระดับอนุบาลและประถมศึกษาเริ่มโครงการในปี 2553 และระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาเริ่มโครงการในปี 2554
การบริหารจัดการและกลยุทธ์
ความมุ่งมั่นของเรา
บี.กริม เพาเวอร์มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” เพื่อส่งมอบคุณค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและควบคุมผลกระทบจากการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า โดยวางมาตรการควบคุมและการจัดการที่เหมาะสม สำรวจความต้องการของชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนให้การสนับสนุน พัฒนา และมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนต่าง ๆ เพื่อร่วมส่งเสริมผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้าให้เติบโตร่วมกันอย่างแข็งแรงและยั่งยืน
นอกจากนี้ เราตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติและเคารพผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน จึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามแนวปฏิบัติด้านการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียที่ดีโดยอ้างอิงจากมาตรฐานการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย AA1000 Stakeholder Engagement Standard (AA1000SES) 2015 เพื่อให้สามารถเข้าใจและประเมินผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งรวมถึงระดับท้องถิ่น (รอบโรงไฟฟ้า) ได้แก่ กลุ่มสังคมและชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ/ราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ครัวเรือน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เช่น ศาสนสถาน สถาบันการศึกษา และสถานพยาบาลชุมชน โดยเราดำเนินงานตามแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมที่ครอบคลุมและสมดุล ภายใต้หลักการสำคัญ ได้แก่ ความครอบคลุม ประเด็นความสำคัญ และการตอบสนอง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย)
โครงสร้างการกำกับดูแล
บี.กริม เพาเวอร์ จัดตั้งคณะทำงาน “BGP Community Work Center” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดและบริหารจัดการแนวทางในการดำเนินโครงการด้านการพัฒนาชุมชนและสังคมให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร และเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ หลักปฏิบัติที่ดี ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันในแต่ละหน่วยงาน โดยมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานเป็นรายไตรมาส พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหารระดับสูง และคณะกรรมการบริษัทผ่านคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ จัดประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนาชุมชน โดยใช้ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถติดตาม สนับสนุน และยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยคณะทำงานประกอบด้วย
- ผู้บริหารระดับสูง (รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า) มีหน้าที่กำกับดูแลด้านชุมชนสัมพันธ์ กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ และทบทวนประสิทธิภาพของแนวทางบริหารจัดการด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม รวมถึงการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
- ฝ่ายธุรกิจเพื่อสังคม มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวกับชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย ฝ่ายธุรกิจเพื่อสังคมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างองค์กรและผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านการสื่อสารที่โปร่งใสและการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์กร เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งเปิดรับความคิดเห็น ปัญหา และความคาดหวังของชุมชน เพื่อนำมาสู่การพัฒนาแนวทางตอบสนองที่เหมาะสม ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับพนักงาน ลูกค้า หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว ด้วยเป้าหมายสูงสุดในการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้กับสังคมโดยรวม
- ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ทำหน้าที่ดูแลภาพรวม ดำเนินโครงการและสื่อสารการดำเนินการเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมสู่สาธารณะให้เป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส
กลยุทธ์
บี.กริม เพาเวอร์ กำหนดกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาชุมชน สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและพันธกิจขององค์กร สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เน้นการร่วมมือและสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้เราเข้าใจความต้องการและความคาดหวังที่มีต่อองค์กร ตลอดจนสามารถดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างเหมาะสม โดยครอบคลุมด้านการศึกษา ด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านศาสนา ด้านการกีฬา และด้านสิ่งแวดล้อม มีรายละเอียด ดังนี้
กลยุทธ์เพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคม
การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียท้องถิ่น (รอบโรงไฟฟ้า)
- วางแผน และเตรียมพร้อม
- กำหนดหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายธุรกิจเพื่อสังคมและฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม
- ประเมินผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าต่อผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า เช่น การใช้ทรัพยากรน้ำ ของเสีย มลพิษทางอากาศ และเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น รวมถึงกำหนดขอบเขตของผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ ผู้มีส่วนได้เสียในระยะ 1-5 กิโลเมตร รอบโรงไฟฟ้า
- จัดทำฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้เสียระดับโรงไฟฟ้า (stakeholder profile) เช่น ชื่อ ตำแหน่ง ทัศนคติต่อโรงไฟฟ้า และประเด็นความต้องการ ความคาดหวังและข้อกังวล รวมไปถึงระดับอิทธิพลและระดับความสนใจ เป็นต้น เพื่อนำไปประเมินระดับผลกระทบหรือความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียต่อโรงไฟฟ้า
- จัดทำแผนการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียประจำปี ประกอบด้วยแนวทาง กิจกรรมหรือช่องทางในการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ระยะเวลาในการดำเนินการ งบประมาณ และหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ
- ดำเนินการ
- จัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย (Public Participation) ประชุมทวิภาคี (บริษัทและชุมชน) และประชุมไตรภาคี (บริษัท ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ) เป็นประจำ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วม หารือถึงปัญหาหรือข้อกังวลที่เกิดขึ้น เช่น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน การจัดการพลังงานที่ยั่งยืน รวมถึงความต้องการและแนวคิดในการพัฒนาร่วมกัน นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถติดตามการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่องทั้งขณะก่อสร้างและดำเนินการ
- จัดทำสำรวจสภาพเศรษฐกิจ สังคม ความพึงพอใจ และความคิดเห็นชุมชน (Social Survey) ประจำปี เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า อาทิ ประชาชน ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีจุดประสงค์หลักคือ 1) เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยรอบ เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่ 2) เพื่อศึกษาการรับรู้ข้อมูล ปัญหาหรือข้อกังวล และความต้องการในการรับทราบข้อมูลข่าวสารหรือช่องทางการติดต่อกับโรงไฟฟ้า และ 3) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อกังวลและความพึงพอใจ ต่อการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมกับชุมชน
- จัดทำโครงการเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ได้เข้าใจถึงกระบวนการผลิตและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรงไฟฟ้า และรับทราบถึงผลกระทบด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมและมาตรการป้องกันของโรงไฟฟ้า ตลอดจนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นและรับทราบถึงช่องทางการติดต่อหรือสื่อสารกับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ เบอร์ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โรงไฟฟ้าในพื้นที่ กล่องรับความคิดเห็น รวมถึงช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น กลุ่ม Line หรือกลุ่ม Facebook เป็นต้น
- จัดประชุมแบบไม่เป็นทางการร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่อย่างใกล้ชิด อาทิ การเสวนาเฉพาะกลุ่มระหว่างผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ เพื่อการรับรู้ถึงความต้องการ ปัญหา หรือข้อกังวล ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางที่ช่วยให้การสื่อสารและตอบสนองกับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากเราสามารถใช้เวลาในการอธิบายเชิงลึกหรือสิ่งที่เข้าใจได้ยาก ด้วยบรรยากาศและภาษาที่เป็นกันเอง
- นำผลจากการรับฟังความคิดเห็น การสำรวจ และโครงการต่าง ๆ มาวางแผน ปรับปรุงการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงไปต่อยอดหรือออกแบบโครงการเพื่อสังคม ที่ตรงต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียโดยรอบโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตรวจสอบ/ปรับปรุง
- จัดตั้งตัวชี้วัดผลการดำเนินสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การวัดผลความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า และความเร็วในการตอบสนองข้อร้องเรียนหรือข้อกังวลจากผู้มีส่วนได้เสีย
- จัดอบรม การประชุม รวมไปถึงการเสวนาระหว่างโรงไฟฟ้า เพื่อให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้มีส่วนได้เสียสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี และระบุประเด็นที่ต้องให้ความระมัดระวัง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ ในการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกโรงไฟฟ้า
- ติดตามข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหาร ตลอดจนเปิดเผยจำนวนข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท
การฝึกอบรมบุคลากร
บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของพนักงานและผู้เกี่ยวข้อง ผ่านการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านการบริหารความขัดแย้ง เพื่อให้พนักงานสามารถรับมือและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากข้อร้องเรียนคือความกังวลของผู้มีส่วนได้เสียโดยรอบโรงไฟฟ้าได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เราจัดการฝึกอบรมประจำปีให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้องในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการเรียนรู้ด้วยตนเองรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ B.Grimm People Excellence Center นอกจากนี้เรายังจัดสรรช่องทางและแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในรูปแบบออนไลน์และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ

ผลการดำเนินงานปี 2567
- มูลค่าการลงทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมกว่า 244 ล้านบาท
- ดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะด้าน STEM แก่นักเรียนและนักศึกษา ดังนี้
- นักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา ได้รับการฝึกอบรมความรู้จากโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยและโครงการ B.Grimm School Camp รวม 17,699 คน โดยในปี 2567 มีนักเรียนได้รับความรู้รวมกว่า 196,322 คน ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี ทั้งนี้ สำหรับโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มีโรงเรียนภายใต้การดูแลของบี.กริม เพาเวอร์ กว่า 62 โรงเรียน ที่ผ่านการประเมินและได้รับมอบตราพระราชทาน "บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ประจำปี 2567” ที่แสดงถึงผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และข้อกำหนดของโครงการได้เป็นอย่างดี 2553 ทั้งนี้ เราได้วางแผนขยายโครงการดังกล่าวไปยังชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ของเรา เพื่อให้เยาวชนได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะและและความรู้มากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมาย 400,000 คน ภายในปี 2573
- นักศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา รวม 29 คน ได้รับการฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ทำงานจริง ผ่านโครงการอาชีวศึกษาทวิภาคี โครงการ Harbour Space และโครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศ โดยรวมในปี 2567 มีนักศึกษาได้รับความรู้สะสมกว่า 199 คน (ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2554)
- ดำเนินโครงการเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าประจำปี โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียโดยรอบโรงไฟฟ้าเข้าเยี่ยมชมเพื่อให้เข้าใจถึงการดำเนินงานและผลกระทบของโรงไฟฟ้า รวมถึงเป็นหนึ่งในช่องทางในการรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่
1ไม่มีการสนับสนุนทางการเมือง โดยเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันของ บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งกำหนดว่า บริษัทไม่มีนโยบายให้การสนับสนุนหรือความช่วยเหลือทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นทางการเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด แก่บุคคลหรือกลุ่มทางการเมืองใด ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
โครงการที่โดดเด่น