โอกาสและความท้าทาย

ธุรกิจพลังงานมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่และชุมชนโดยตรงตลอดวงจรโครงการ ตั้งแต่การพัฒนา ก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงานในระยะยาว ความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนจึงเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงด้านสังคม และการตัดสินใจลงทุนในอนาคต โดยการได้รับการยอมรับจากสังคม หรือ Social License to Operate มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงด้านความล่าช้าและความไม่แน่นอนของโครงการ

ในปัจจุบัน ธุรกิจพลังงานดำเนินอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ธุรกิจพลังงานถูกคาดหวังมากขึ้น ไม่เพียงในด้านการผลิตพลังงานอย่างมั่นคง แต่รวมถึงผลกระทบต่อชุมชนและคุณภาพชีวิตของสังคมด้วย ดังนั้น การพัฒนาคนและชุมชนจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะการส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาและทักษะที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษา ดนตรี และกีฬา ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการดูแลสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

  ปี 2568 ปี 2573
  ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย เป้าหมาย
นักเรียนและนักศึกษาที่ได้รับการส่งเสริมทักษะด้าน STEM (คน)1
นักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา 215,422 226,000 400,000
นักศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา 213 200 300
 

1 จำนวนนักเรียนและนักศึกษาสะสมตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยระดับอนุบาลและประถมศึกษาเริ่มโครงการในปี 2553 และระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาเริ่มโครงการในปี 2554

การบริหารจัดการและกลยุทธ์

ความมุ่งมั่นของเรา

บี.กริม เพาเวอร์ ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” โดยมุ่งสร้างคุณค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันและบริหารจัดการผลกระทบจากการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า ผ่านการกำหนดมาตรการควบคุมและการจัดการที่เหมาะสม การสำรวจความต้องการของชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการสนับสนุน การพัฒนา และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม จึงมุ่งมั่นดำเนินงานตามแนวปฏิบัติด้านการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียที่ดี โดยอ้างอิงมาตรฐานการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย AA1000 Stakeholder Engagement Standard (AA1000SES 2015) เพื่อให้สามารถเข้าใจ ประเมิน และตอบสนองต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียในระดับท้องถิ่นรอบโรงไฟฟ้า อาทิ ชุมชนและสังคม หน่วยงานภาครัฐและราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เช่น ศาสนสถาน สถาบันการศึกษา และสถานพยาบาลชุมชน เป็นต้น โดย บี.กริม เพาเวอร์ ดำเนินงานภายใต้หลักการสำคัญของการมีส่วนร่วม ได้แก่ ความครอบคลุม ประเด็นสาระสำคัญ และการตอบสนอง เพื่อสร้างความสมดุลและความเชื่อมั่นระหว่างองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย)

โครงสร้างการกำกับดูแล

บี.กริม เพาเวอร์ ได้จัดตั้งคณะทำงาน “BGP Community Work Center” เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการกำหนด ทิศทาง และบริหารจัดการการดำเนินโครงการด้านการพัฒนาชุมชนและสังคมให้สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนการหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คณะทำงานมีการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานเป็นรายไตรมาส และรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหารระดับสูง รวมถึงคณะกรรมการบริษัท ผ่านคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังดำเนินการประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาชุมชน โดยใช้ตัวชี้วัดที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถติดตามผล สนับสนุน และยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชนและสังคมได้อย่างต่อเนื่อง โดยคณะทำงานประกอบด้วย

  • ผู้บริหารระดับสูง (รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า) มีหน้าที่กำกับดูแลด้านชุมชนสัมพันธ์ กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ และทบทวนประสิทธิภาพของแนวทางบริหารจัดการด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม รวมถึงการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
  • ฝ่ายธุรกิจเพื่อสังคม มุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งและยั่งยืนกับชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์กรกับผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านการสื่อสารที่โปร่งใส การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และการเสริมสร้างความเข้าใจต่อการดำเนินงานขององค์กร เพื่อก่อให้เกิดความไว้วางใจและความร่วมมือที่มั่นคงในระยะยาว พร้อมกันนี้ ฝ่ายธุรกิจเพื่อสังคมเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ประเด็นปัญหา และความคาดหวังของชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการตอบสนองและการพัฒนาที่เหมาะสม ครอบคลุมการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการทำงานร่วมกับพนักงาน ลูกค้า หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการเติบโตร่วมกันอย่างสมดุลและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมโดยรวม
  • ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ทำหน้าที่ดูแลภาพรวม ดำเนินโครงการและสื่อสารการดำเนินการเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมสู่สาธารณะให้เป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส
กลยุทธ์

บี.กริม เพาเวอร์ ได้กำหนดกลยุทธ์ด้านการพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจต่อความต้องการและความคาดหวังที่มีต่อองค์กรอย่างรอบด้าน บริษัทสามารถออกแบบและดำเนินโครงการ รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างครอบคลุม โดยการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชนครอบคลุมมิติสำคัญ ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านศาสนา ด้านการกีฬา และด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กลยุทธ์เพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคม

การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียท้องถิ่น (รอบโรงไฟฟ้า)

บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในระดับท้องถิ่น โดยมุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการสื่อสารและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับชุมชนท้องถิ่น คู่ค้าทางธุรกิจ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ดำเนินงานตามนโยบายการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย และอ้างอิงมาตรฐาน AA1000 ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้มั่นใจว่ามุมมอง ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน และถูกนำไปประกอบการตัดสินใจทั้งในระดับโครงการและระดับองค์กร

แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการประเด็นปัญหาและข้อกังวลในระดับท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการดำเนินงานและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว โดยบริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียสำหรับโรงไฟฟ้าทุกแห่ง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้

  • วางแผน และเตรียมพร้อม
    • กำหนดหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายธุรกิจเพื่อสังคม ภายใต้สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า
    • ประเมินผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าต่อผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า เช่น การใช้ทรัพยากรน้ำ ของเสีย มลพิษทางอากาศ และเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น เป็นต้น รวมถึงกำหนดขอบเขตของผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ ผู้มีส่วนได้เสียในระยะ 1-5 กิโลเมตร รอบโรงไฟฟ้า
    • จัดทำฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้เสียระดับโรงไฟฟ้า (Stakeholder Profile) เช่น ชื่อ ตำแหน่ง ทัศนคติต่อโรงไฟฟ้า และประเด็นความต้องการ ความคาดหวังและข้อกังวล รวมไปถึงระดับอิทธิพลและระดับความสนใจ เป็นต้น เพื่อนำไปประเมินระดับผลกระทบหรือความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียต่อโรงไฟฟ้า
    • จัดทำแผนการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียประจำปี ประกอบด้วยแนวทาง กิจกรรมหรือช่องทางในการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ระยะเวลาในการดำเนินการ งบประมาณ และหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ
  • ดำเนินการ
    • จัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย (Public Participation) ประชุมทวิภาคี (บริษัทและชุมชน) และประชุมไตรภาคี (บริษัท ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ) เป็นประจำ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วม หารือถึงปัญหาหรือข้อกังวลที่เกิดขึ้น เช่น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน การจัดการพลังงานที่ยั่งยืน รวมถึงความต้องการและแนวคิดในการพัฒนาร่วมกัน นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถติดตามการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่องทั้งขณะก่อสร้างและดำเนินการ
    • จัดทำสำรวจสภาพเศรษฐกิจ สังคม ความพึงพอใจ และความคิดเห็นชุมชน (Social Survey) ประจำปี เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า อาทิ ประชาชน ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีจุดประสงค์หลักคือ 1) เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยรอบ เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่ 2) เพื่อศึกษาการรับรู้ข้อมูล ปัญหาหรือข้อกังวล และความต้องการในการรับทราบข้อมูลข่าวสารหรือช่องทางการติดต่อกับโรงไฟฟ้า และ 3) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อกังวลและความพึงพอใจ ต่อการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมกับชุมชน
    • จัดทำโครงการเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ได้เข้าใจถึงกระบวนการผลิตและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรงไฟฟ้า และรับทราบถึงผลกระทบด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมและมาตรการป้องกันของโรงไฟฟ้า ตลอดจนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นและรับทราบถึงช่องทางการติดต่อหรือสื่อสารกับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ เบอร์ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โรงไฟฟ้าในพื้นที่ กล่องรับความคิดเห็น รวมถึงช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น กลุ่ม Line หรือกลุ่ม Facebook เป็นต้น
    • จัดประชุมแบบไม่เป็นทางการร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่อย่างใกล้ชิด อาทิ การเสวนาเฉพาะกลุ่มระหว่างผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ เพื่อรับรู้ถึงความต้องการ ปัญหา หรือข้อกังวล ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การจัดประชุมแบบไม่เป็นทางการยังเป็นช่องทางที่ช่วยให้การสื่อสารและตอบสนองกับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถใช้เวลาในการอธิบายเชิงลึกหรือสิ่งที่เข้าใจได้ยากให้สามารถเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยบรรยากาศและภาษาที่เป็นกันเอง
    • นำผลจากการรับฟังความคิดเห็น การสำรวจ และโครงการต่าง ๆ มาวางแผน ปรับปรุงการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงไปต่อยอดหรือออกแบบโครงการเพื่อสังคม ที่ตรงต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียโดยรอบโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ตรวจสอบ/ปรับปรุง
    • กำหนดตัวชี้วัดการดำเนินสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การวัดผลความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า และการวัดผลความเร็วในการตอบสนองข้อร้องเรียน หรือข้อกังวลจากผู้มีส่วนได้เสีย
    • จัดการอบรม การประชุม รวมไปถึงการเสวนาระหว่างโรงไฟฟ้า เพื่อให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้มีส่วนได้เสียสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี และระบุประเด็นที่ต้องให้ความระมัดระวัง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ ในการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกโรงไฟฟ้า
    • ติดตามข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหาร ตลอดจนเปิดเผยจำนวนข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท
การฝึกอบรมบุคลากร

บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการฝึกอบรมและการพัฒนาความรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นในการบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสมและเป็นระบบ บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการความขัดแย้ง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้พนักงานสามารถรับมือและแก้ไขข้อร้องเรียนหรือประเด็นข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม โดยมีการจัดฝึกอบรมสำหรับพนักงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปีในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ B.Grimm Academy นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ได้จัดให้มีช่องทางและแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันและยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงานปี 2568

  • มูลค่าการลงทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมกว่า 252 ล้านบาท
  • ดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะด้าน STEM แก่นักเรียนและนักศึกษา ดังนี้
    • นักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา ได้รับการฝึกอบรมความรู้จากโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย รวม 19,100 คน โดยในปี 2568 มีจำนวนนักเรียนสะสมที่ได้รับความรู้ผ่านโครงการทั้งสิ้น 215,422 คน ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2553 ทั้งนี้ เราได้วางแผนขยายโครงการดังกล่าวไปยังชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอื่น ๆ เพื่อให้เยาวชนได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะและความรู้มากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมาย 400,000 คน ภายในปี 2573
    • นักศึกษาระดับอุดมศึกษา 14 คน ได้รับการฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ทำงานจริง ผ่านโครงการ Harbour.Space และโครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศ โดยในปี 2568 มีนักศึกษาได้รับความรู้สะสมกว่า 213 คน (ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2554)
  • ดำเนินโครงการ “พระบารมีส่องสว่าง แสงธรรมทั่วไทย” ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบระบบเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากำลังการผลิต 78 กิโลวัตต์ ในวัด โรงเรียน และสถานพยาบาลชุมชน 10 แห่ง ครอบคลุม 7 จังหวัด แต่ละแห่งมีกำลังการผลิตประมาณ 5–10 กิโลวัตต์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเฉลี่ย 2,500–6,000 บาทต่อเดือนต่อแห่ง ประหยัดค่าไฟฟ้าได้รวมประมาณ 612,000 บาทต่อปี ซึ่งช่วยเพิ่มการเข้าถึงพลังงานสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่ายของหน่วยงานชุมชน และส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนในระยะยาว
  • บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมกับ สวทช. พัฒนาโครงการนำร่อง Smart Agriculturist for Thailand’s Future ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กึ่งโปร่งแสงกำลังผลิต 6 กิโลวัตต์พีก ณ โรงเรียนชุมชนวัดบางกะดี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่บังแสงแดด ส่งผลให้พื้นที่ด้านล่างยังใช้ทำการเกษตรและกิจกรรมการเรียนรู้ได้ โดยผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 720 หน่วยต่อเดือน ลดค่าไฟฟ้าประมาณ 40,608 บาทต่อปี และเป็นต้นแบบบูรณาการ Smart Energy, Smart Farm, Smart Environment เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
  • ดำเนินโครงการ B.Grimm Open House Open Heart 2025 จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้าได้เข้าเยี่ยมชม เรียนรู้ และทำความเข้าใจการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมกระบวนการผลิตไฟฟ้า มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการบริหารจัดการผลกระทบต่อชุมชน ภายใต้แนวคิด “โรงไฟฟ้าสะอาด ปลอดภัย สนับสนุนชุมชน” เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์อันดีในระยะยาว
  • สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในการแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนาม บี.กริม ไทยโปโล แอนด์ อีเควสเตรียน คลับ พัทยา ทั้งหมด 3 ประเภทกีฬา ได้แก่ การขี่ม้าบังคับลีลา (Dressage) การขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) และ การขี่ม้าสามประเภท (Eventing) ถือเป็นการส่งเสริมมิตรภาพและความเป็นเลิศในกีฬาขี่ม้าของประเทศอาเซียน

1 ไม่มีการสนับสนุนทางการเมือง โดยเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันของ บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งกำหนดว่า บริษัทไม่มีนโยบายให้การสนับสนุนหรือความช่วยเหลือทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นทางการเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด แก่บุคคลหรือกลุ่มทางการเมืองใด ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม