โอกาสและความท้าทาย
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบริบทโลก เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมพลังงาน รวมถึงการขยายธุรกิจของ บี.กริม เพาเวอร์ ไปสู่ตลาดต่างประเทศและธุรกิจรูปแบบใหม่ ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลมีความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของพนักงานปัจจุบันให้มีทักษะและรูปแบบการทำงานที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ เราตระหนักดีว่าความเสี่ยงด้านบุคลากรอาจยังไม่แสดงผลกระทบอย่างชัดเจนในปัจจุบัน แต่กำลังก่อตัวขึ้นจากบทบาทที่เพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงพฤติกรรมและความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ที่แตกต่างจากอดีต ซึ่งหากยังคงใช้แนวทางการบริหารและวัฒนธรรมการทำงานในรูปแบบเดิม ความเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลต่อความสามารถในการดึงดูดและรักษาบุคลากร ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว
ภายใต้บริบทดังกล่าว เราจึงมองเห็นโอกาสในการปรับรูปแบบการทำงาน โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อพนักงานหนึ่งคน ผ่านการพัฒนาทักษะใหม่ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาสนับสนุนกระบวนการทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของพนักงานและครอบครัว การสร้างความผูกพันต่อองค์กรผ่านวัฒนธรรมที่ทันสมัยและเปิดกว้าง รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล หลักสิทธิมนุษยชน และค่านิยมองค์กร เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านบุคลากรให้เป็นพลังในการเติบโตอย่างยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
| ปี 2568 | ปี 2573 | ||
|---|---|---|---|
| ผลการดำเนินงาน | เป้าหมาย | เป้าหมาย | |
| สัดส่วนพนักงานที่มีทักษะสำคัญสำหรับองค์กรแห่งอนาคตต่อพนักงานทั้งหมด | 63.2% | 60% | 100% |
| อัตราความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน | 83.7% | 80% | 85% |
การบริหารจัดการและกลยุทธ์
นโยบายและความมุ่งมั่นของเรา
บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญสูงสุดกับพนักงาน โดยมุ่งเน้นให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความก้าวหน้าและความมั่นคงในสายอาชีพ พร้อมส่งเสริมค่านิยมหลัก 4 ประการ (4Ps) ได้แก่ ทัศนคติที่ดี (Positivity) ความร่วมมือ (Partnership) ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) และ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Pioneering Spirit) พร้อมทั้งยึดหลักสติเพื่อความโอบอ้อมอารี (Mindful Compassion) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่มีความเข้าใจ เคารพ และเกื้อกูลกัน
บี.กริม เพาเวอร์ กำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ โดยวางกรอบกลยุทธ์ด้านบุคลากร เพื่อให้พนักงานสามารถเติบโตได้อย่างสมดุลทั้งในด้านอาชีพและชีวิตส่วนตัวได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อให้แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลของเราสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เรายึดถือหลักสิทธิแรงงานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในการดำเนินงานทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่า ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ ความมุ่งมั่นด้านสิทธิแรงงาน.
โครงสร้างการกำกับดูแล
บี.กริม เพาเวอร์ มีคณะกรรมบริษัทและคณะผู้บริหารเป็นผู้กำหนดนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินงาน และมีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ทำหน้าที่กำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายและแผนงานที่กำหนด
กลยุทธ์ด้านบุคลากร
เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ GreenLeap: Global and Green และรองรับการเติบโตและขยายการดำเนินงานในระดับสากล บี.กริม เพาเวอร์ กำหนดกลยุทธ์ด้านบุคลากร (People Strategy) ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” โดยมุ่งพัฒนาองค์กรให้มีความแข็งแกร่ง คล่องตัว และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน กลยุทธ์ดังกล่าวให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับอนาคต การขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรด้วยความโอบอ้อมอารี การดูแลและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน รวมไปถึงการบริหารผลการปฏิบัติงานและค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างผลการดำเนินงานทางธุรกิจและความสุขอย่างยั่งยืนของพนักงาน
การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับอนาคต
บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยมุ่งพัฒนาการบริหารบุคลากรอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าเรามีบุคลากรมีความรู้ ความสามารถและศักยภาพในช่วงเวลาที่เหมาะสม ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์ การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่ต้องการคนเก่งและคนดี ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพพนักงานและแผนสืบทอดตำแหน่ง เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางการบริหาร ลดความเสี่ยงด้านบุคลากร และเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรในการเติบโตไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสีย
- การวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์
บี.กริม เพาเวอร์ เชื่อว่าการวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร (Strategic Workforce Planning) จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลทั้งจากในอดีตและปัจจุบัน เพื่อระบุความเสี่ยงและโอกาส ตลอดจนคาดการณ์อนาคต จะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจและการวางแผนจัดสรรกำลังคนที่จำเป็นในการส่งเสริมการเติบโตขององค์กรในระยะยาว โดยกำหนดกรอบกลยุทธ์ซึ่งประกอบด้วย 1) การวางแผนกำลังคนสนับสนุนธุรกิจในอนาคตตามแผนยุทธศาสตร์ และ 2) การวิเคราะห์และประเมินสมรรถนะด้านแรงงานขององค์กร มีรายละเอียดดังนี้
การวางแผนกำลังคนสนับสนุนธุรกิจในอนาคตตามแผนยุทธศาสตร์ ผ่านการประเมิน 6 ด้าน ได้แก่
การวิเคราะห์และประเมินสมรรถนะด้านแรงงานขององค์กรอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยจัดทำการประเมินทักษะความรู้และคุณลักษณะของพนักงานตามลักษณะหน้าที่งานที่ปฏิบัติ เพื่อให้เราเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันและวางแผนการพัฒนาพนักงานรายบุคคล ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารงานและเกิดประสิทธิผลจากการปฏิบัติงาน รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการฐานข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบงานระบบข้อมูลพนักงานและเทคโนโลยีอย่างชัดเจน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการวิเคราะห์และวางแผนกำลังพลสนับสนุนธุรกิจในอนาคต
- การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร
บี.กริม เพาเวอร์ พัฒนาการสรรหาบุคลากรให้เป็นกระบวนการเชิงกลยุทธ์ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมกำลังคนให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตขององค์กรทั้งในปัจจุบันและอนาคต เราให้ความสำคัญกับการสร้างและบริหารฐานบุคลากรศักยภาพ (Talent Pipeline) อย่างเป็นระบบ ผ่านการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดแรงงานและความต้องการทักษะในอนาคต รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลบุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านการขาดแคลนแรงงาน การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี และการแข่งขันด้านทักษะในตลาดแรงงาน พร้อมกันนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างกำลังคนแห่งอนาคต ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากหลากหลายสถาบันและภูมิหลังได้เข้ามาเรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติงานจริง (Internship Program) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพลังงานและความยั่งยืน และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพในระยะยาวในส่วนของกระบวนการคัดเลือก เรานำเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาประยุกต์ใช้แบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างและพัฒนา แบรนด์นายจ้าง (Employer Branding) การสื่อสารกับผู้สมัคร ไปจนถึงการสัมภาษณ์และการประเมินความเหมาะสมด้านทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความเป็นธรรมในการคัดเลือกบุคลากร ควบคู่กับการส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงงานอย่างเท่าเทียมและดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กร

- การพัฒนาศักยภาพพนักงานและแผนสืบทอดตำแหน่ง

“บี.กริม เพาเวอร์ พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่โลกธุรกิจสมัยใหม่ โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นที่จะพัฒนาและนำพาคนของเราให้มีความพร้อมในทักษะและทัศนคติ รองรับอนาคต ทั้ง Business innovation, Digital, AI, Sustainability และที่สำคัญที่สุดคือแนวทางการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ Doing Business with Compassion" พร้อมด้วยการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ ของพนักงาน และรังสรรค์สังคมควบคู่กันไป”
เกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล
3 สมรรถนะหลักขององค์กร
ความเป็นผู้นำ
ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- ทักษะผู้นำ
- ผู้นำในฐานะโค้ช
- หัวหน้างานมืออาชีพ
- การใช้งาน AI
ความเป็นมืออาชีพ
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในอุตสาหกรรม
- การขายและการตลาด
- การบริหารจัดการโครงการ
- การนำเสนอและการเล่าเรื่อง
การบริหารจัดการ
- ความเฉียบคมทางธุรกิจ
- การบริหารจัดการโครงการ
- การบัญชีการเงิน
- ทักษะการสื่อสาร
7 ทักษะแห่งอนาคต เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI
การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการใช้ข้อมูล
ความยืดหยุ่นและความคล่องตัว
ความเป็นพลเมืองโลก
การมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
การคิดเชิงวิพากษ์และการคิดวิเคราะห์
ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
3 รากฐานการทำงานของ บี.กริม เพาเวอร์
ประวัติและวัฒนธรรมของ บี.กริม
จริยธรรมและจรรยาบรรณ
ความยั่งยืน ความหลากหลาย และการยอมรับความแตกต่าง
หนึ่งในพันธกิจของ บี.กริม เพาเวอร์ คือ การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organisation) โดยมุ่งพัฒนาพนักงานให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของความเป็นผู้นำ ความเป็นมืออาชีพ และการบริหารจัดการ ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการยึดถือคุณค่าการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรของ บี.กริม เพาเวอร์ เป็นรากฐานในการพัฒนา เพื่อให้การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรเป็นไปอย่างสอดคล้องและมีกรอบร่วมกันทั่วทั้งองค์กรและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ด้วยกรอบแนวคิดดังกล่าว เราจึงกำหนดเป้าประสงค์หลักในการพัฒนาบุคลากรไว้ 4 ด้าน ได้แก่
1. การพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมต่ออนาคต
- การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต : ดำเนินแผนพัฒนาทักษะเพื่อรองรับแผนงานธุรกิจสำคัญและองค์กรแห่งอนาคต ครอบคลุมทักษะที่เกี่ยวข้องกับการขยายสู่ธุรกิจใหม่ อาทิ ธุรกิจ Data Centre และ LNG รวมถึงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงทักษะด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และการเตรียมความพร้อมสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
- แผนพัฒนารายบุคคล : ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดเส้นทางการทำงานผ่านการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล เป็นประจำทุกปี โดยพนักงานร่วมกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้กับหัวหน้างานให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน ควบคู่กับการบริหารเส้นทางอาชีพและการเตรียมความพร้อมในแต่ละช่วงของการทำงาน ผ่านการหมุนเวียนตำแหน่งงานและการเปิดพื้นที่สนทนาเรื่องอาชีพ (Career Conversation) แบบรายบุคคล เพื่อให้พนักงานได้สะท้อนความคาดหวัง แนวทางการเติบโต และมีส่วนร่วมในการออกแบบเส้นทางอาชีพของตนเอง
- ศูนย์รวมการเรียนรู้ B.Grimm Academy: พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) ที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นในการรับมือความท้าทายในอนาคต เช่น การตลาดดิจิทัล ความปลอดภัยไซเบอร์ และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)

2. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแผนการสืบทอดตำแหน่งในทุกระดับ
- การบริหารกลุ่มผู้มีศักยภาพ : คัดเลือกและพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพสูงผ่านเครื่องมือประเมินมาตรฐานสากล พร้อมมอบหมายโครงการที่ท้าทายเพื่อเตรียมความพร้อมสู่บทบาทที่สูงขึ้น
- แผนสืบทอดตำแหน่ง : จัดทำแผนรองรับตำแหน่งงานสำคัญ (Key Positions) ทุกระดับ รวมถึงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีการทบทวนแผนงานสม่ำเสมอทั้งระยะยาวและกรณีฉุกเฉิน
- การถ่ายทอดองค์ความรู้ : ดำเนินการส่งต่อประสบการณ์จากพนักงานก่อนเกษียณอายุสู่รุ่นถัดไปอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาและต่อยอดองค์ความรู้ที่สำคัญขององค์กร
3. การเร่งพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของพนักงานในทุกระดับขององค์กร
- มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานปฏิบัติการจนถึงผู้บริหาร เพื่อสร้างความคล่องตัว (Agility) และความสามารถในการทำงานข้ามสายงาน (Cross-functional) โดยเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (On-the-job Learning) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในทีม เพื่อให้สามารถนำทักษะไปประยุกต์ใช้สร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างทันท่วงที
4. การนำข้อมูลและการวิเคราะห์มาใช้สนับสนุนการตัดสินใจและการบริหารบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคต
- นำข้อมูลและการวิเคราะห์ มาใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการตัดสินใจ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและโปร่งใสในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวางแผนกำลังคน การประเมินผล ไปจนถึงการทำนายแนวโน้มความต้องการทักษะใหม่ (Skill Gaps) ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถปรับทิศทางการลงทุนด้านบุคลากรให้สอดคล้องกับพลวัตทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรด้วยความโอบอ้อมอารี
บี.กริม เพาเวอร์ ตระหนักดีว่า "พนักงาน" คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความต่อเนื่องทางธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางบริบทองค์กรที่มีความหลากหลายทั้งด้านช่วงวัย วัฒนธรรม และพื้นที่ปฏิบัติงาน เราจึงนำหลัก “ความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness: GNH)” มาเป็นกรอบแนวคิดหลักในการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรและต่อยอดสู่กรอบกลยุทธ์ B.Grimm Happy Workplace เพื่อยกระดับการดูแลบุคลากรอย่างเป็นระบบตลอดเส้นทางการทำงาน (Employee Journey) โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความผูกพัน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และวัฒนธรรมการทำงานที่เอื้อให้พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ “B.Grimm Happy Workplace”
เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมการทำงานแห่งความสุขและหล่อหลอมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “B.Grimm One Team” เพื่อให้พนักงานทุกคนมีมาตรฐานการทำงานและค่านิยมที่สอดคล้องกัน โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก ดังนี้
- การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร มุ่งสร้างวัฒนธรรมที่เข้มแข็งโดยยึดค่านิยมหลัก 4Ps ผสานกับแนวคิด Mindful Compassion (สติและความโอบอ้อมอารี) เพื่อเป็นกรอบแนวทางพฤติกรรมของพนักงานทุกระดับ ผ่านกระบวนการพัฒนาผู้นำให้เป็นต้นแบบและการจัดโครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กรสู่การปฏิบัติจริง
- การเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน ดำเนินการเชิงรุกผ่านการสำรวจความผูกพันประจำปีเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากพนักงาน โดยนำผลการสำรวจมาวิเคราะห์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อกำหนดแผนพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละทีม ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการยกย่องชื่นชมพนักงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง
- การสื่อสารภายในองค์กร ยกระดับระบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลข่าวสารและนโยบายสำคัญสามารถเข้าถึงพนักงานทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง พร้อมทั้งเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการสื่อสารให้ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
การดูแลและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีความสุขและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด "Compassion Mind, Health and Wealth" ซึ่งบูรณาการการดูแลสุขภาวะทั้งทางกาย ทางใจ และความมั่นคงในชีวิต เพื่อสร้างความผูกพันและรากฐานที่เข้มแข็งให้แก่พนักงานทุกคน โดยมีแนวทางหลัก ดังนี้
- ด้านสุขภาวะทางใจ (Compassion Mind): สร้างสมดุลทางอารมณ์และจิตใจ โดยนำหลักการความสุขมวลรวมประชาชาติ (GNH) มาเป็นกรอบในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความสงบและมีสติ (Mindfulness) พร้อมทั้งสนับสนุนกระบวนการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมและมีความสุขในการดำเนินชีวิตและการทำงาน
- ด้านสุขภาวะทางกาย (B.Grimm Health): ส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกผ่านการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่ได้มาตรฐานและการสนับสนุนกิจกรรมทางกายที่หลากหลาย เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการดูแลสุขภาพและสนับสนุนให้พนักงานมีร่างกายที่แข็งแรงในระยะยาว
- ด้านความมั่นคงในชีวิต (Happy Wealth): สร้างความมั่นคงทั้งทางด้านการเงินและความสมดุลในการใช้ชีวิต (Work-Life Harmony) โดยส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินและการเกษียณอายุ ควบคู่กับการจัดรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นและสวัสดิการที่ครอบคลุมถึงครอบครัว เพื่อให้พนักงานสามารถบริหารจัดการภาระหน้าที่และมีความมั่นคงในทุกช่วงวัย
นอกจากนี้ เราให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงสะท้อนและการตอบสนองความต้องการของพนักงานอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมผ่านการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากพนักงาน ทำหน้าที่เป็นสะท้อนความคิดเห็นและร่วมกำหนดแนวทางการจัดสวัสดิการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เพื่อนพนักงานทุกคน
การบริหารผลการปฏิบัติงานและค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม
บี.กริม เพาเวอร์ กำหนดนโยบายบริหารผลการปฏิบัติงานและค่าตอบแทนให้เป็นไปโดยโปร่งใส ยุติธรรม และปราศจากการเลือกปฏิบัติ เหมาะสมกับผลการปฏิบัติงานและได้รับอัตราค่าจ้างที่เหมาะสมกับตำแหน่ง โดยมีปัจจัยที่ใช้พิจารณาการกำหนดค่าตอบแทน ได้แก่ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและแรงงานของประเทศ อัตราค่าจ้างของบริษัทอื่นๆ ที่บริษัทเทียบเคียง ระดับตำแหน่งและความรับผิดชอบภายใน และสถานการณ์และความจำเป็นของบริษัท
เรากำหนดการประเมินผลปฏิบัติงานตามแนวทางบริหารตามวัตถุประสงค์ (Management by objectives) โดยมีดัชนีชี้วัดผลงานในระดับเป้าหมายองค์กร ซึ่งถูกแจกแจงลงมาตามลำดับการบังคับบัญชา ระดับหน่วยงาน และระดับบุคคลครอบคลุมพนักงานทุกคน ซึ่งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาจะร่วมกันกำหนดตัวชี้ดังกล่าว พร้อมติดตามความคืบหน้า ให้ความเห็นและคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ โดยจัดประเมินผลปฎิบัติงานปีละสองครั้ง ทั้งนี้ ผลประเมินจะนำไปประกอบการพิจารณาผลตอบแทนและโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพ
โครงสร้างการประเมินผลปฏิบัติงาน
วางแผน
- กำหนดดัชนีชี้วัดผลงาน แบ่งเป็น
- ระดับเป้าหมายองค์กร
- ระดับฝ่ายหรือหน่วยงาน
- ระดับพนักงานรายบุคคล
- แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล
ติดตาม
- การรายงานความคืบหน้าของผลปฏิบัติงาน
- การให้ความเห็นและคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ
- การเรียนรู้และพัฒนา
ประเมินผล
- การประเมินผลปฏิบัติงานปีละสองครั้ง
- การประเมินผลปฏิบัติงานที่ผ่านมา และวางแผนสำหรับอนาคต
- การประเมินการปฏิบัติงานหลายมิติ
- การประเมินผลอื่นๆ ตามตัวชี้วัดองค์กร (อาทิ ค่านิยมองค์กร หลัก Mindful Compassion และจรรยาบรรณทางธุรกิจ)
ผลการดำเนินงานปี 2568
การกำกับดูแลและมาตรฐานระดับสากล
บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งมั่นปฏิบัติตามนโยบายและความมุ่งมั่นด้านแรงงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินต่าง ๆ ดังนี้:
- การประกันค่าจ้างที่เป็นธรรมและเพียงพอต่อการดำรงชีพ : เราดำเนินการทบทวนเงินเดือนประจำปีโดยอ้างอิงข้อมูลเปรียบเทียบจากอุตสาหกรรมทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของตนเองและครอบครัว
- การติดตามความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทนระหว่างเพศ : เราดำเนินการตรวจสอบช่องว่างของค่าตอบแทนระหว่างเพศอย่างเป็นระบบในทุกระดับงาน และในปี 2568 ได้ดำเนินการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างทั่วทั้งองค์กร เพื่อระบุจุดที่ควรปรับปรุงและวางแผนการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลในรายงาน "ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน" เป็นประจำทุกปี
- การบริหารชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลา : เราบริหารจัดการชั่วโมงการทำงานอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานเกินเวลา พร้อมทั้งมีระบบ Darwin Box เพื่อให้พนักงานบริหารจัดการเวลาการทำงานแบบออนไลน์ (online clock-in/out) พร้อมแสดงผลรายงานภาพรวมการทำงานตลอดทั้งปีอย่างโปร่งใส ทั้งนี้พนักงานสามารถปรับช่วงเวลาปฏิบัติงานให้ยืดหยุ่นตามความเหมาะสมตามนโยบาย Flexible Working Hours นอกจากนี้พนักงานที่ทำงานล่วงเวลามีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามกฎหมายแรงงานและข้อกำหนดภายในของบริษัท
- การบริหารสิทธิลาพักผ่อนประจำปี : ระบบ Darwin Box ยังช่วยให้การติดตามวันลาคงเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยองค์กรสนับสนุนสิทธิการลาในหลายประเภท ทั้งตามกฎหมายและสิทธิเพิ่มเติมจากบริษัท รวมถึงอนุญาตให้โอนวันลาที่เหลือไปใช้ในปีถัดไปได้ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
- การมีส่วนร่วมของตัวแทนพนักงาน : คณะกรรมการสวัสดิการ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพนักงาน เป็นกลไกหลักในการเป็นตัวแทนของพนักงานเพื่อสะท้อนความคิดเห็น โดยมีการจัดประชุมเพื่อหารือสภาพการทำงาน รับฟังข้อเสนอแนะ และประสานความเข้าใจระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน ภายใต้กรอบกฎหมายแรงงานและแนวทางการมีส่วนร่วมของพนักงานภายในองค์กร
- การส่งเสริมสวัสดิการทางสังคมที่ครอบคลุม : นอกเหนือจากระบบประกันสังคมตามกฎหมาย เรามีโปรแกรมสวัสดิการเพิ่มเติม ได้แก่ โบนัสประจำปีตามผลการปฏิบัติงาน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสุขภาพและประกันชีวิตแบบกลุ่ม สวัสดิการคลอดบุตร รางวัลสำหรับพนักงานอายุงานนาน ทุนการศึกษาบุตร และเงินกู้ฉุกเฉิน
- การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เท่าเทียมและมีจริยธรรม : เราส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดจากแรงงานเด็ก แรงงานบังคับ การเลือกปฏิบัติ และการคุกคามในทุกรูปแบบ โดยดำเนินการตรวจสอบทุกขั้นตอนของการจ้างงานตั้งแต่การสรรหาจนถึงการพ้นสภาพงานให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงานและมาตรฐานสากล โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence) ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า เพื่อบูรณาการสิทธิแรงงานลงในระบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างเป็นระบบ (ข้อมูลเพิ่มเติม “สิทธิมนุษยชน” )
- การพัฒนาทักษะและการรองรับการเปลี่ยนผ่าน : เราส่งเสริมการพัฒนาทักษะใหม่ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมและสภาพภูมิอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายว่า “พนักงาน 100% ต้องมีทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อองค์กรแห่งอนาคต” (ข้อมูลเพิ่มเติม “ผลการดำเนินงานปี 2568 การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน”)
เราติดตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความเป็นธรรมและความรับผิดชอบ โดยมีระบบร้องเรียนที่ปลอดภัยและเป็นความลับ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถแสดงความเห็นได้โดยไม่ต้องกังวล เพราะความเคารพและความรับผิดชอบ คือหัวใจสำคัญของการดำเนินงานของเรา
การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับอนาคต
การสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถ
บี.กริม เพาเวอร์ ตระหนักดีถึงความสำคัญของการสร้างความผูกพันกับบุคลากรในทุกช่วงอาชีพ จึงมุ่งขยายฐานการสรรหาบุคลากรอย่างสมดุล ระหว่างพนักงานที่มีประสบการณ์และบัณฑิตจบใหม่ เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างกำลังคนที่หลากหลายและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน อันเป็นรากฐานสำคัญของ "ฐานบุคลากรที่มีศักยภาพเชิงกลยุทธ์" (Strategic Talent Pool) ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนสำหรับการวางแผนกำลังคนในระยะยาว โดยในปี 2568 มีโครงการที่โดดเด่น ดังนี้
โครงการฝึกงาน “B.Grimm Young Talent Internship 2025”
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมพลังงานทั้งด้านเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจ บี.กริม เพาเวอร์ ตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว จึงริเริ่มโครงการ B.Grimm Young Talent Internship 2025 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างการรับรู้และความคุ้นเคยต่อแบรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ 2) พัฒนาฐานข้อมูลของบุคลากรศักยภาพเชิงกลยุทธ์สำหรับการจ้างงานในอนาคต และ 3) เตรียมความพร้อมขององค์กรในการทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่
โครงการได้รับออกแบบให้มีโครงสร้างการเรียนรู้เข้มข้นตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้และปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง เริ่มจากการเสริมสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวทางการดำเนินธุรกิจของ บี.กริม เพาเวอร์ ก่อนเข้าร่วมการปฏิบัติงานจริงที่มุ่งพัฒนา ปรับปรุง หรือปิดช่องว่างของกระบวนการทำงานเดิม ผ่านการนำมุมมองและแนวคิดของคนรุ่นใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ภายใต้บริบทองค์กร โดยดำเนินงานด้วยระบบพี่เลี้ยง (Mentorship) และการให้ข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเสริมประสบการณ์ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ การเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า และกิจกรรมภายในองค์กร เพื่อสร้างความเข้าใจในบริบทธุรกิจอย่างรอบด้าน โดยในช่วงท้ายผู้เข้าร่วมต้องนำเสนอผลงานที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรต่อคณะผู้บริหาร ซึ่งสะท้อนศักยภาพ ความพร้อมในการทำงาน และความเหมาะสมในการต่อยอดสู่การเป็นบุคลากรของ บี.กริม เพาเวอร์ ในอนาคต ทั้งนี้ ผลงานจากโครงการดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดใช้งานภายในองค์กร อาทิ การต่อยอดระบบข้อมูลด้านความยั่งยืนและการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างความผูกพันและวัฒนธรรมองค์กรด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยี รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบภายใน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้เข้าร่วมในการเชื่อมโยงแนวคิดยุคใหม่เข้ากับบริบทการทำงานจริง และตอกย้ำว่าโครงการไม่ได้เป็นเพียงเวทีการเรียนรู้ แต่เป็นกลไกที่ช่วยสร้างคุณค่าและสนับสนุนเป้าหมายเชิงธุรกิจของ บี.กริม เพาเวอร์ อย่างเป็นรูปธรรม
การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน
ในปี 2568 พนักงานได้รับการฝึกอบรมทั้งในเชิงปฏิบัติการและออนไลน์ ครอบคลุมเนื้อหาที่สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ของพนักงาน ความสนใจ ความสอดคล้องกับงาน แผนยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนารายบุคคล โดยมีโครงการที่โดดเด่น ดังนี้
| ชื่อโครงการ | รายละเอียด | รูปแบบและประเภท | |
|---|---|---|---|
| 1 | โปรแกรมพัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่ |
พัฒนาและเตรียมความพร้อมให้พนักงานรุ่นใหม่ (อายุงาน 1-5 ปี) ให้เชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจและภาวะผู้นำ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS Academy) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านการตลาดยุคใหม่ กลยุทธ์องค์กร และเครื่องมือทางธุรกิจที่จำเป็น พร้อมพัฒนาความสามารถในการทำงาน |
รูปแบบ1 ประเภท |
| 2 | โปรแกรมพัฒนาผู้นำระดับสูงเพื่อดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี |
ยกระดับทักษะของผู้บริหารระดับสูงให้สามารถบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งและบุคลากรศักยภาพสูงในองค์กร พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายผู้นำ |
รูปแบบ ประเภท |
| 3 | โปรแกรมหัวหน้างานมืออาชีพ | โปรแกรมการพัฒนาผู้นำ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำ ทักษะการบริหารทีม และความสามารถในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของผู้จัดการและหัวหน้างาน โดยครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาตนเองเพื่อความเป็นผู้นำ (Leading Self) เช่น จริยธรรมและธรรมาภิบาลของผู้นำ การพัฒนาสติภาวะความเป็นผู้นำ การนำทีม (Leading Team) เช่น ทักษะการโค้ชและการให้คำปรึกษา เครื่องมือและเทคนิคการบริหารบุคคล และ การนำการเปลี่ยนแปลง (Leading Change) เช่น การสร้างพลังให้ผู้นำผ่านจุดแข็งและความร่วมมือ การคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในหัวข้อ จริยธรรมและธรรมาภิบาล มีการบรรจุเนื้อหาเรื่อง การแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) เพื่อให้ผู้จัดการเข้าใจขั้นตอนและช่องทางการแจ้ง การคุ้มครองผู้แจ้ง ตลอดจนบทบาทของผู้นำในการส่งเสริมและสนับสนุนระบบแจ้งเบาะแส อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดมั่นในหลัก ธรรมาภิบาล |
รูปแบบ ประเภท |
| 4 | หลักสูตร “สติเพื่อความโอบอ้อมอารี” | เสริมสร้างหลักการนำสมาธิและสติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวิถีองค์กร เพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้และเข้าใจความสำคัญของการดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบ ตลอดจนสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันอันจะสร้างสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง |
รูปแบบ ประเภท |
| 5 | หลักสูตรพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรม | ยกระดับขีดความสามารถของพนักงานให้สามารถปรับตัวกับโลกธุรกิจดิจิทัลหรือยุคใหม่ และนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนานวัตกรรมภายในองค์กร อาทิ หลักสูตรด้าน Digital Transformation, AI, ChatGPT, Design Thinking และการบริหารนวัตกรรม |
รูปแบบ ประเภท |
| 6 | หลักสูตรพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรม และเทคนิค รองรับยุทธศาสตร์ GreenLeap: Global and Green | เสริมสร้างทักษะและเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานด้านเทคนิคที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจขององค์กร ครอบคลุมการพัฒนาโซลูชันสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม พลังงานหมุนเวียน และเชื้อเพลิงทางเลือกในอนาคต โดยร่วมพัฒนาหลักสูตรกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ |
รูปแบบ ประเภท |
1รูปแบบการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) Coaching และ Mentorship เป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรผ่านการให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรที่มีประสบการณ์ เพื่อส่งเสริมทักษะเฉพาะด้าน การเติบโตในสายอาชีพ และศักยภาพการทำงาน ทั้งในรูปแบบการโค้ชชิ่งรายบุคคลและระบบพี่เลี้ยงภายในองค์กร และ 2) Teams & Networks เป็นแนวทางการเรียนรู้ผ่านการทำงานร่วมกันและการสร้างเครือข่ายทั้งภายในองค์กร เช่น การทำงานข้ามสายงาน และภายนอกองค์กร เช่น การเข้าร่วมชุมชนวิชาชีพหรือสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเสริมสร้างความร่วมมือระยะยาว
2Transition Program โปรแกรมที่ช่วยเสริมสร้างความพร้อมและพัฒนาทักษะให้พนักงานในช่วงเปลี่ยนผ่านของอาชีพ ทั้งการเติบโตในองค์กรและขยายบทบาท การปรับตัวให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ การกลับเข้าสู่การทำงานหลังจากหยุดไปนาน หรือการเปลี่ยนบทบาทในองค์กร ผ่านการฝึกอบรมและการให้คำแนะนำ เพื่อให้พนักงานสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญในการเสริมสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการพัฒนาวิทยากรภายในองค์กร เพื่อเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้กับพนักงาน กระบวนการนี้เน้นการส่งเสริมการคิดอย่างเป็นระบบ ความมั่นคงทางอารมณ์ ความสร้างสรรค์ และการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันบนความแตกต่าง หลากหลาย และนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน
การขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กร การดูแลและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
การบูรณาการแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและระบบการดูแลพนักงานของ บี.กริม เพาเวอร์ ส่งผลให้ระดับความผูกพัน สุขภาวะ และความร่วมมือของพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยในปี 2568 ผลการประเมินความผูกพันของพนักงานอยู่ที่ 83.7 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 83.2 ในปีก่อนหน้า ซึ่งมีโครงการที่โดดเด่นดังนี้
1. การขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรด้วยความโอบอ้อมอารี
- โครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์: สนับสนุนให้พนักงานรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ตามเทศกาลและโอกาสพิเศษ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ข้ามสายงานและเจเนอเรชัน อาทิ งานกีฬาสี เพื่อสร้างพลังทีม กิจกรรมสืบสานประเพณีไทย เช่น วันสงกรานต์และวันลอยกระทง เป็นต้น
- โปรแกรมเหรียญ B.Coin: นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ผ่านแพลตฟอร์ม “B.Coin” ซึ่งเป็นระบบ Gamification ที่เปิดโอกาสให้พนักงานสะสมเหรียญ B.Coin จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของ บี.กริม เพาเวอร์ ทั้งในส่วนของการฝึกอบรม กิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ รวมไปถึงการแสดงพฤติกรรมที่สอดรับกับวัฒนธรรมขององค์กร เพื่อแลกรางวัลสุดพิเศษประจำปี
- ขยายวัฒนธรรมองค์กรสู่ระดับสากล (Global Culture): จัดทำคู่มือ “B.Grimm Culture Pack” และจัดอบรมสำหรับพนักงานในต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอด DNA และค่านิยมองค์กร พร้อมการออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น (Localisation)
2. การดูแลและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน "
- สุขภาวะทาง “ใจ” (Compassion Mind) จัดกิจกรรมและหลักสูตรเพื่อพัฒนาจิตใจอย่างต่อเนื่อง อาทิ หลักสูตร “Mindful Compassion” เพื่อฝึกสติและสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ โครงการ “Compassion Hour” ที่เปิดพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงกิจกรรม “Road to Happiness Workshop” ที่เน้นการผ่อนคลายและสร้างสมาธิผ่านกิจกรรมบำบัดรูปแบบต่างๆ เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพใจที่เข้มแข็งพร้อมสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิต
- สุขภาวะทาง “กาย” (B.Grimm Health) จัดตั้งศูนย์ B.Grimm Wellness พร้อมสถานที่และคลาสออกกำลังกายโดยผู้เชี่ยวชาญ และสนับสนุนกิจกรรมชมรมตามความสนใจ นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมประจำปี เช่น การเดินหรือวิ่งสะสมระยะจากทุกสถานที่ และกิจกรรมท้าทายการเพิ่ม/ลด BMI (90 Days – BMI Challenge) เพื่อสนับสนุนพฤติกรรมด้านสุขภาพที่เหมาะสมและสุขภาพที่ดีของพนักงานในระยะยาว
- สุขภาวะทาง “เงิน” (Happy Wealth with B.Grimm) ให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน ภาษี และการเตรียมความพร้อมเพื่อการเกษียณอายุ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมให้พนักงานสามารถบริหารจัดการชีวิตได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้เรามุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความมั่นคงในชีวิตของพนักงาน ผ่านรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น การทำงานแบบไฮบริด (Working from Anywhere) และการปรับช่วงเวลาการทำงาน (Flexible Working Hours) รวมถึงรูปแบบการจ้างงานที่หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการและบริบทชีวิตที่แตกต่างของพนักงาน นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับครอบครัวของพนักงาน ผ่านการจัดสวัสดิการด้านสุขภาพแบบยืดหยุ่น สิทธิประโยชน์ด้านการลา และการสนับสนุนในช่วงสำคัญของชีวิต เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตในระยะยาว