โอกาสและความท้าทาย

ปัจจุบัน ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนได้รับความสนใจและความคาดหวังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุน ลูกค้า หน่วยงานกำกับดูแลและสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เลือกสนับสนุนองค์กรซึ่งดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ แนวโน้มดังกล่าวส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ภาพลักษณ์ความต่อเนื่องของธุรกิจ และความสามารถในการเติบโตของธุรกิจพลังงานในระยะยาว บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่แรงงานและผู้รับเหมาในกระบวนการก่อสร้างและการเดินเครื่องจักร ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า พนักงาน ลูกค้า ไปจนถึงคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน ความเชื่อมโยงดังกล่าวทำให้เราต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในหลายมิติ เช่น การดูแลสิทธิแรงงานของพนักงานและผู้รับเหมา ผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงความเสี่ยงจากการจัดหาวัตถุดิบและบริการในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจมีประเด็นด้านแรงงานที่ไม่เป็นธรรมหรือแรงงานบังคับในกระบวนการต้นน้ำ เราจึงต้องบริหารจัดการประเด็นดังกล่าวอย่างรอบคอบในทุกพื้นที่การดำเนินงาน ด้วยเหตุนี้ บี.กริม เพาเวอร์ จึงตระหนักดีว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล ไม่เพียงเพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบและลดข้อพิพาทเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย สนับสนุนความต่อเนื่องของการดำเนินโครงการ และวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

การบริหารจัดการและกลยุทธ์

บี.กริม เพาเวอร์ ยึดมั่นในแนวทางการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมของบริษัท บริษัทย่อย กิจการร่วมค้า ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน โดยยึดตามหลักนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทควบคู่กับมาตรฐานและหลักการสากล พร้อมวางแผนให้ดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) และการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk & Impact Assessment) ในทุก ๆ 3 ปี เพื่อระบุมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ พร้อมรายงานผลการประเมินและผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการกำหนดกระบวนการและช่องทางรับข้อร้องเรียนในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ในการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กร (Materiality Assessment) เรายังพิจารณาถึงผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสในด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนตามแนวทางปฏิบัติสากล ตลอดจนวางแนวทางเพื่อสร้างความตระหนักด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงาน คู่ค้า และกิจการร่วมค้า ผ่านการอบรมและการสื่อสาร ”จรรยาบรรณธุรกิจ” และ “จรรยาบรรณและแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า” อย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

เราดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) เป็นประจำทุก 3 ปี เพื่อระบุความเสี่ยง กำหนดมาตรการป้องกัน และบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน โดยมีขอบเขตครอบคลุมทุกกิจกรรมของบริษัทและบริษัทย่อยภายใต้การควบคุม รวมถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจใหม่ อาทิ กิจการร่วมค้าและการควบรวมกิจการ กระบวนการนี้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น รวมไปถึงกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Groups) ได้แก่ สตรี เด็ก ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Third Party Labour) ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) ซึ่งกระบวนตรวจสอบและประเมินดังกล่าว ถูกพัฒนาขึ้นตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ซึ่งประกอบด้วย การประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน การบูรณาการและการจัดการภายใน การติดตามและรายงานประสิทธิภาพ และการเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

การประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน
กำหนดและประกาศใช้นโยบายสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมกิจกรรมของบริษัทและบริษัทย่อยภายใต้การควบคุม ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ สอดคล้องกับ UNGPs ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของกรอบการดำเนินงาน 3 เสาหลัก ได้แก่ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Protect) การเคารพสิทธิมนุษยชน (Respect) และการเยียวยา (Remedy) นอกจากนี้ยังประกาศ “ความมุ่งมั่นในการต่อต้านการเลือกปฏิบัติและต่อต้านการคุกคาม” เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ปราศจากการเลือกปฏิบัติและการคุกคามใด ๆ รวมถึงการคุกคามทางเพศ
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน สอดคล้องกับ UNGPs ซึ่งกำหนดให้มีการทบทวนอย่างน้อยทุก 3 ปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบ ระบุ และประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีโอกาสเกิดขึ้นในกิจกรรมของบริษัทและห่วงโซ่คุณค่า โดยมีกระบวนการดังนี้

รายละเอียดเพิ่มเติมในการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน: การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

การบูรณาการและการจัดการภายใน

พิจารณาผลจากการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท อาทิ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการปรับปรุงการดำเนินการหรือมาตรการต่าง ๆ ในปัจจุบัน เพื่อนำผลประเมินฯ มาพัฒนาและบูรณาการให้เกิดเป็นแนวทางในการบริหารจัดการอย่างครอบคลุม และสามารถควบคุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

การติดตามและรายงานประสิทธิภาพ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านสิทธิมนุษยชนของบี.กริม เพาเวอร์ ทำหน้าที่ติดตามและทบทวนมาตรการทางด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กรเป็นประจำทุกปี ให้เป็นไปตามหลักนโยบายและแนวทางปฏิบัติสากล เพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิด ตลอดจนการรายงานผลการประเมินและผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ

การเยียวยาผลกระทบ

จัดช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เพื่อรายงานข้อกังวล รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนผ่าน whistle-blowing@bgrimmpower.com เราจะดำเนินการสอบสวนเรื่องข้อข้องใจ อย่างเป็นกลางและครอบคลุมโดยผ่านขั้นตอนการร้องทุกข์โดยทันที ทั้งนี้การรายงานจะได้รับการปฏิบัติเป็นความลับเท่าที่เป็นไปได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายการแจ้งเบาะแสและการร้องทุกข์

บี.กริม เพาเวอร์ ได้เตรียมการดำเนินการแก้ไขเพื่อฟื้นฟูผู้ถือสิทธิ์ที่ได้รับผลกระทบซึ่งได้รับอันตรายจากกิจกรรมทางธุรกิจของเรา โดยกำหนดรูปแบบการเยียวยาใด ๆ ที่จะแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งมีผลลัพธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การขอโทษ การชดใช้ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การชดเชยทางการเงินหรือที่ไม่ใช่ทางการเงิน การลงโทษ และการป้องกันอันตราย เป็นต้น

ช่องทางการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดและการร้องทุกข์ด้านสิทธิมนุษยชน
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เลขที่่ 5 อาคารไวท์เฮ้าส์ (White House Building) ชัั้น 5 แขวงหัวหมาก เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

ผลการดำเนินงานปี 2568

การอบรมและติดตามด้านสิทธิมนุษยชน

ในปี 2568 เรายังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามนโยบายสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมการเคารพต่อสิทธิมนุษชนแก่พนักงานและคู่ค้า ดังนี้

  • จากการทบทวนกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านที่ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงานทุกระดับ การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่า จนนำไปสู่การจัดทำ "ทะเบียนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Register)" ในปี 2568 เราได้นำผลลัพธ์ดังกล่าวมาขยายผลสู่การปฏิบัติ โดยได้นำเสนอความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญและมาตรการป้องกันต่อคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้งสื่อสารไปยังหน่วยงานเจ้าของความเสี่ยงในแต่ละกิจกรรมเพื่อนำไปปฏิบัติ ควบคู่กันไปกับการเสริมสร้างความพร้อมของพนักงานผ่านการอบรมและการทดสอบจรรยาบรรณธุรกิจที่ครอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ โดยพนักงานร้อยละ 100 ผ่านการอบรมและการทดสอบ นอกจากนี้เรายังมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานในระยะยาว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชนเข้าสู่ระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) รวมถึงการทบทวนการกำหนดตัวชี้วัด (KPIs) ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมมิติด้านสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • คู่ค้าใหม่ร้อยละ 100 รับทราบและยอมรับจรรยาบรรณและแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของบริษัท ที่ครอบคลุมเนื้อหาด้านสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ เพื่อเน้นย้ำเจตนารมณ์ดังกล่าว เราได้จัดงาน Supplier Day 2025 โดยกำหนดหนึ่งในวาระสำคัญเป็นการบรรยายหัวข้อ “การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน (Human Rights Due Diligence in Supply Chain)” โดยสายงานความยั่งยืนองค์กร เพื่อสื่อสารความคาดหวังและแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัท

ในปี 2568 บี.กริม เพาเวอร์ ไม่ได้รับการแจ้งหรือมีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท จึงไม่มีการดำเนินการเยียวยา ทั้งนี้เราจะยังคงประเมินและตรวจสอบความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน และเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการบรรเทาผลกระทบมีความเหมาะสมตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ผลการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ในปี 2567 บี.กริม เพาเวอร์ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk and Impact Assessment: HRRIA) ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร โดยมีประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญที่จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก (Extreme Risk) 4 ประเด็น ที่สะท้อนถึงการประเมินแนวโน้มในอนาคต โดยพิจารณาทั้ง “โอกาส” และ “ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น” หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม รวมถึงการพิจารณามาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (ระดับความเสี่ยงสูงมาก)

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทาน​

  • A1 พนักงาน​
  • A2 คู่ค้าและผู้รับเหมาที่อยู่ในสถานประกอบการของบริษัท​
  • A3 คู่ค้าและผู้รับเหมาที่อยู่ในสถานประกอบการของตนเอง

ความปลอดภัยด้านไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดห่วงโซ่อุปทาน​

มาตรฐานความเป็นอยู่ของชุมชน​

สภาพการทำงานที่เหมาะสมของพนักงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา​

ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญและแนวทางการบรรเทาและเยียวยาผลกระทบ

ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน รายละเอียด กิจกรรมที่มีความเสี่ยง ผู้มีส่วนได้เสีย แนวทางการบรรเทาและเยีวยาผลกระทบ
A: อาชีวอนามัยและความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัย หรือขาดความพร้อมในการรับมือ
  • พื้นที่ปฏิบัติงาน (โรงไฟฟ้า)
  • กิจกรรม/พื้นที่ปฏิบัติงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • การก่อสร้าง
  • พนักงาน
  • คู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และฝึกอบรมด้านความปลอดภัยตามลักษณะงาน
  • ส่งเสริมระบบรายงานเหตุการณ์ ตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจสอบความพร้อมในการทำงาน
  • ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของคู่ค้าและผู้รับเหมาอย่างสม่ำเสมอ

รายละเอียดเพิ่มเติม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

B: ความปลอดภัยด้านไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงที่อาจเกิดการรั่วไหลของข้อมูล การโจมตีทางไซเบอร์ หรือการนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ ทั้งจากภายในและบุคคลภายนอก
  • พื้นที่ปฏิบัติงาน (โรงไฟฟ้า)
  • กิจกรรม/พื้นที่ปฏิบัติงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • พนักงาน
  • คู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • จัดอบรมความรู้ด้านการปกป้องข้อมูลและความตระหนักรู้ด้านไซเบอร์
  • จัดทำแผนตอบสนองต่อเหตุการณ์และบทลงโทษ
  • บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) กับบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง
  • เสริมสร้างความตระหนักรู้ผ่านโครงการต่างๆ ในด้านไซเบอร์

รายละเอียดเพิ่มเติม ความปลอดภัยด้านไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

C: มาตรฐานความเป็นอยู่ของชุมชน ความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบต่อชุมชนจากโรงไฟฟ้า อาทิ ความขัดแย้งด้านการใช้ที่ดิน การเข้าถึงแหล่งน้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
  • พื้นที่ปฏิบัติงาน (โรงไฟฟ้า)
  • สังคม/ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
  • สื่อสารกับชุมชนผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ
  • การส่งเสริมการประกอบอาชีพทางเลือกที่ยั่งยืน
  • ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำที่อาจเกิดจากโรงไฟฟ้า
  • ติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

รายละเอียดเพิ่มเติม การพัฒนาชุมชนและสังคม

D: สภาพการทำงานที่เหมาะสมของพนักงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมา ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ชั่วโมงทำงานเกินกฎหมาย และขาดหลักประกันด้านแรงงาน
  • กิจกรรม/พื้นที่ปฏิบัติงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • การก่อสร้าง
  • พนักงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • สถานประกอบการของตนเอง
  • ตรวจประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
  • พัฒนาศักยภาพคู่ค้าและผู้รับเหมา ผ่านการอบรมด้านความยั่งยืนและสิทธิมนุษยชน
  • บูรณาการมาตรฐาน/ข้อกำหนดด้านแรงงานในระดับสากล ลงในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง
  • ร่วมมือกับคู่ค้าลำดับที่ 1 (Tier-1) อย่างจริงจัง เพื่อขยายการติดตามไปยังลำดับอื่นๆ ต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติม ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน

ผลการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน1

ผู้ได้รับผลกระทบ ผลการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
พื้นที่ปฏิบัติงาน (โรงไฟฟ้า)
  • ร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานได้รับการประเมินผลกระทบฯ (52 แห่ง)
  • พื้นที่ปฏิบัติงานที่ถูกประเมินร้อยละ 28.85 มีความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสูงมาก (15 แห่ง)
  • ร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูงได้มีการกำหนดแนวทางแก้ไขและมาตรการบรรเทาแล้ว (15 แห่ง)
คู่ค้าลำดับที่ 1
  • ร้อยละ 100 ของคู่ค้าลำดับที่ 1 ได้รับการประเมินผลกระทบฯ (1,210 ราย)
  • คู่ค้าลำดับที่ 1 ที่ถูกประเมิน ร้อยละ 1.98 มีความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสูงมาก (24 ราย)
  • ร้อยละ 100 ของคู่ค้าลำดับที่ 1 ได้มีการกำหนดแนวทางแก้ไขและมาตรการบรรเทาแล้ว (24 ราย)
กิจการร่วมค้า
  • ร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานของกิจการร่วมค้าได้รับการประเมินผลกระทบฯ (13 แห่ง)
  • ไม่มีพื้นที่ปฏิบัติงานของกิจการร่วมค้าที่อยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก
  • ร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานของกิจการร่วมค้าได้มีการกำหนดแนวทางแก้ไขและมาตรการบรรเทาแล้ว

ผลการประเมินประจำปี 2567 และมีกำหนดการประเมินรอบถัดไป ในปี 2570