โอกาสและความท้าทาย
ปัจจุบัน ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนได้รับความสนใจและความคาดหวังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุน ลูกค้า หน่วยงานกำกับดูแลและสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เลือกสนับสนุนองค์กรซึ่งดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ แนวโน้มดังกล่าวส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ภาพลักษณ์ความต่อเนื่องของธุรกิจ และความสามารถในการเติบโตของธุรกิจพลังงานในระยะยาว บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่แรงงานและผู้รับเหมาในกระบวนการก่อสร้างและการเดินเครื่องจักร ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า พนักงาน ลูกค้า ไปจนถึงคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน ความเชื่อมโยงดังกล่าวทำให้เราต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในหลายมิติ เช่น การดูแลสิทธิแรงงานของพนักงานและผู้รับเหมา ผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงความเสี่ยงจากการจัดหาวัตถุดิบและบริการในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจมีประเด็นด้านแรงงานที่ไม่เป็นธรรมหรือแรงงานบังคับในกระบวนการต้นน้ำ เราจึงต้องบริหารจัดการประเด็นดังกล่าวอย่างรอบคอบในทุกพื้นที่การดำเนินงาน ด้วยเหตุนี้ บี.กริม เพาเวอร์ จึงตระหนักดีว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล ไม่เพียงเพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบและลดข้อพิพาทเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย สนับสนุนความต่อเนื่องของการดำเนินโครงการ และวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
การบริหารจัดการและกลยุทธ์
บี.กริม เพาเวอร์ ยึดมั่นในแนวทางการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมของบริษัท บริษัทย่อย กิจการร่วมค้า ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน โดยยึดตามหลักนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทควบคู่กับมาตรฐานและหลักการสากล พร้อมวางแผนให้ดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) และการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk & Impact Assessment) ในทุก ๆ 3 ปี เพื่อระบุมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ พร้อมรายงานผลการประเมินและผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการกำหนดกระบวนการและช่องทางรับข้อร้องเรียนในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ในการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กร (Materiality Assessment) เรายังพิจารณาถึงผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสในด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนตามแนวทางปฏิบัติสากล ตลอดจนวางแนวทางเพื่อสร้างความตระหนักด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงาน คู่ค้า และกิจการร่วมค้า ผ่านการอบรมและการสื่อสาร ”จรรยาบรรณธุรกิจ” และ “จรรยาบรรณและแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า” อย่างสม่ำเสมอ
การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
เราดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) เป็นประจำทุก 3 ปี เพื่อระบุความเสี่ยง กำหนดมาตรการป้องกัน และบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน โดยมีขอบเขตครอบคลุมทุกกิจกรรมของบริษัทและบริษัทย่อยภายใต้การควบคุม รวมถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจใหม่ อาทิ กิจการร่วมค้าและการควบรวมกิจการ กระบวนการนี้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น รวมไปถึงกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Groups) ได้แก่ สตรี เด็ก ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Third Party Labour) ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) ซึ่งกระบวนตรวจสอบและประเมินดังกล่าว ถูกพัฒนาขึ้นตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ซึ่งประกอบด้วย การประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน การบูรณาการและการจัดการภายใน การติดตามและรายงานประสิทธิภาพ และการเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
การประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน สอดคล้องกับ UNGPs ซึ่งกำหนดให้มีการทบทวนอย่างน้อยทุก 3 ปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบ ระบุ และประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีโอกาสเกิดขึ้นในกิจกรรมของบริษัทและห่วงโซ่คุณค่า โดยมีกระบวนการดังนี้
รายละเอียดเพิ่มเติมในการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน: การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
การบูรณาการและการจัดการภายใน
พิจารณาผลจากการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท อาทิ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการปรับปรุงการดำเนินการหรือมาตรการต่าง ๆ ในปัจจุบัน เพื่อนำผลประเมินฯ มาพัฒนาและบูรณาการให้เกิดเป็นแนวทางในการบริหารจัดการอย่างครอบคลุม และสามารถควบคุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้
การติดตามและรายงานประสิทธิภาพ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านสิทธิมนุษยชนของบี.กริม เพาเวอร์ ทำหน้าที่ติดตามและทบทวนมาตรการทางด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กรเป็นประจำทุกปี ให้เป็นไปตามหลักนโยบายและแนวทางปฏิบัติสากล เพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิด ตลอดจนการรายงานผลการประเมินและผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
การเยียวยาผลกระทบ
จัดช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เพื่อรายงานข้อกังวล รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนผ่าน whistle-blowing@bgrimmpower.com เราจะดำเนินการสอบสวนเรื่องข้อข้องใจ อย่างเป็นกลางและครอบคลุมโดยผ่านขั้นตอนการร้องทุกข์โดยทันที ทั้งนี้การรายงานจะได้รับการปฏิบัติเป็นความลับเท่าที่เป็นไปได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายการแจ้งเบาะแสและการร้องทุกข์
บี.กริม เพาเวอร์ ได้เตรียมการดำเนินการแก้ไขเพื่อฟื้นฟูผู้ถือสิทธิ์ที่ได้รับผลกระทบซึ่งได้รับอันตรายจากกิจกรรมทางธุรกิจของเรา โดยกำหนดรูปแบบการเยียวยาใด ๆ ที่จะแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งมีผลลัพธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การขอโทษ การชดใช้ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การชดเชยทางการเงินหรือที่ไม่ใช่ทางการเงิน การลงโทษ และการป้องกันอันตราย เป็นต้น
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เลขที่่ 5 อาคารไวท์เฮ้าส์ (White House Building) ชัั้น 5 แขวงหัวหมาก เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
ผลการดำเนินงานปี 2568
การอบรมและติดตามด้านสิทธิมนุษยชน
ในปี 2568 เรายังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามนโยบายสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมการเคารพต่อสิทธิมนุษชนแก่พนักงานและคู่ค้า ดังนี้
- จากการทบทวนกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านที่ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงานทุกระดับ การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่า จนนำไปสู่การจัดทำ "ทะเบียนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Register)" ในปี 2568 เราได้นำผลลัพธ์ดังกล่าวมาขยายผลสู่การปฏิบัติ โดยได้นำเสนอความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญและมาตรการป้องกันต่อคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้งสื่อสารไปยังหน่วยงานเจ้าของความเสี่ยงในแต่ละกิจกรรมเพื่อนำไปปฏิบัติ ควบคู่กันไปกับการเสริมสร้างความพร้อมของพนักงานผ่านการอบรมและการทดสอบจรรยาบรรณธุรกิจที่ครอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ โดยพนักงานร้อยละ 100 ผ่านการอบรมและการทดสอบ นอกจากนี้เรายังมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานในระยะยาว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชนเข้าสู่ระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) รวมถึงการทบทวนการกำหนดตัวชี้วัด (KPIs) ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมมิติด้านสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- คู่ค้าใหม่ร้อยละ 100 รับทราบและยอมรับจรรยาบรรณและแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของบริษัท ที่ครอบคลุมเนื้อหาด้านสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ เพื่อเน้นย้ำเจตนารมณ์ดังกล่าว เราได้จัดงาน Supplier Day 2025 โดยกำหนดหนึ่งในวาระสำคัญเป็นการบรรยายหัวข้อ “การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน (Human Rights Due Diligence in Supply Chain)” โดยสายงานความยั่งยืนองค์กร เพื่อสื่อสารความคาดหวังและแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัท
ในปี 2568 บี.กริม เพาเวอร์ ไม่ได้รับการแจ้งหรือมีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท จึงไม่มีการดำเนินการเยียวยา ทั้งนี้เราจะยังคงประเมินและตรวจสอบความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน และเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการบรรเทาผลกระทบมีความเหมาะสมตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ผลการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
ในปี 2567 บี.กริม เพาเวอร์ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk and Impact Assessment: HRRIA) ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร โดยมีประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญที่จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก (Extreme Risk) 4 ประเด็น ที่สะท้อนถึงการประเมินแนวโน้มในอนาคต โดยพิจารณาทั้ง “โอกาส” และ “ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น” หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม รวมถึงการพิจารณามาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (ระดับความเสี่ยงสูงมาก)
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทาน
- A1 พนักงาน
- A2 คู่ค้าและผู้รับเหมาที่อยู่ในสถานประกอบการของบริษัท
- A3 คู่ค้าและผู้รับเหมาที่อยู่ในสถานประกอบการของตนเอง
ความปลอดภัยด้านไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดห่วงโซ่อุปทาน
มาตรฐานความเป็นอยู่ของชุมชน
สภาพการทำงานที่เหมาะสมของพนักงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา
ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญและแนวทางการบรรเทาและเยียวยาผลกระทบ
| ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน | รายละเอียด | กิจกรรมที่มีความเสี่ยง | ผู้มีส่วนได้เสีย | แนวทางการบรรเทาและเยีวยาผลกระทบ |
|---|---|---|---|---|
| A: อาชีวอนามัยและความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทาน | ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัย หรือขาดความพร้อมในการรับมือ |
|
|
รายละเอียดเพิ่มเติม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย |
| B: ความปลอดภัยด้านไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดห่วงโซ่อุปทาน | ความเสี่ยงที่อาจเกิดการรั่วไหลของข้อมูล การโจมตีทางไซเบอร์ หรือการนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ ทั้งจากภายในและบุคคลภายนอก |
|
|
รายละเอียดเพิ่มเติม ความปลอดภัยด้านไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |
| C: มาตรฐานความเป็นอยู่ของชุมชน | ความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบต่อชุมชนจากโรงไฟฟ้า อาทิ ความขัดแย้งด้านการใช้ที่ดิน การเข้าถึงแหล่งน้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ |
|
|
รายละเอียดเพิ่มเติม การพัฒนาชุมชนและสังคม |
| D: สภาพการทำงานที่เหมาะสมของพนักงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมา | ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ชั่วโมงทำงานเกินกฎหมาย และขาดหลักประกันด้านแรงงาน |
|
|
รายละเอียดเพิ่มเติม ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน |
ผลการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน1
| ผู้ได้รับผลกระทบ | ผลการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน |
|---|---|
| พื้นที่ปฏิบัติงาน (โรงไฟฟ้า) |
|
| คู่ค้าลำดับที่ 1 |
|
| กิจการร่วมค้า |
|
1 ผลการประเมินประจำปี 2567 และมีกำหนดการประเมินรอบถัดไป ในปี 2570