นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

โอกาสและความท้าทาย

ในขณะที่อุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนและการก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ความต้องการของลูกค้าและภูมิทัศน์ของการแข่งขันจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง บี.กริม เพาเวอร์ ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงนี้และพร้อมปรับตัวอย่างคล่องตัว โดยเรากำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร (Digital Infrastructure-as-a-Service หรือ DIaaS) ที่ผสานนวัตกรรมดิจิทัลเข้ากับจุดแข็งหลักขององค์กร เพื่อสนับสนุนการเดินทางไปสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เราได้ส่งมอบระบบนิเวศดิจิทัลที่พร้อมใช้งาน ครอบคลุมตั้งแต่นำเสนอดาต้าเซ็นเตอร์ ที่มีความปลอดภัย, แพลตฟอร์มพลังงานอัจฉริยะ (Energy Platform-as-a-Service หรือ EPaaS) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และบริการดิจิทัลสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เข้าถึงโซลูชันอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์จำนวนมาก พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ผลิตผล และการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

 

ปี 2568
ผลการดำเนินงาน

ปี 2568-2573
เป้าหมาย
  ความพร้อมของระบบ VPP และแพลตฟอร์มพลังงานสะอาด
นวัตกรรม
  • แพลตฟอร์มโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) : ดำเนินการเตรียมความพร้อมและทดสอบระบบในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเสร็จสมบูรณ์ ควบคู่กับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ
  • แพลตฟอร์มพลังงานสะอาด : พัฒนาแพลตฟอร์มเสร็จสมบูรณ์ พร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ และพร้อมรองรับระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third-Party Access: TPA) ซึ่งช่วยให้สามารถบริการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเสมือน (Virtual PPA) สำหรับกลุ่มลูกค้าใหม่
  • ใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) : ส่งมอบใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates: RECs) ให้แก่องค์กรต่าง ๆ กว่า 25 องค์กร
  • เปิดใช้งานแพลตฟอร์ม VPP แบบครบวงจรที่มีระบบติดตามผลแบบเรียลไทม์ ขยายการใช้งานในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านระบบพลังงานที่จัดการโดยแพลตฟอร์ม VPP
  • เสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อเปิดตัวระบบ TPA ทันทีที่ได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบ และขยายบริการแพลตฟอร์ม Virtual PPA ไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ เพื่อสนับสนุนการจัดหาพลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เครื่องมือ และโมเดลธุรกิจเพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
การสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมและการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร
  • โครงการนวัตกรรม : จัดโครงการ B.Grimm Ideation Awards 2025 โดยมีผู้เข้าร่วม 44 คน และเกิดผลงานนำเสนอโครงการที่มีศักยภาพสูงกว่า 15 โครงการ
  • การสร้างขีดความสามารถของบุคลากร : ยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของพนักงานผ่านการฝึกอบรมทั่วทั้งองค์กร รวมถึงหลักสูตร Innovator Training ความตระหนักรู้ด้าน AI และการพัฒนาวัฒนธรรมนวัตกรรม
  • แพลตฟอร์มนวัตกรรม : นำแพลตฟอร์ม Idea Tank มาใช้เพื่อสนับสนุนการระดมความคิดของพนักงานและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมทั้งภายในและภายนอกองค์กรผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับประเทศและระดับโลก ครอบคลุมทั้งโครงการ B.Grimm Ideation Awards โครงการ B.Grimm Innovation Project และโครงการ B.Grimm Accelerator Programme
  • ยกระดับขีดความสามารถของพนักงานในทุกระดับ โดยปลูกฝังวัฒนธรรมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรม เสริมสร้างวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำและการลงทุน และสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมที่บุกเบิก และสร้างกระบวนการ ระบบ และแพลตฟอร์มที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกัน การทดลอง และการดำเนินโครงการนวัตกรรมเพื่อส่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้
แพลตฟอร์มการจัดการข้อมูล
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล เปิดตัวแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) ระดับองค์กร เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพข้อมูล ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ พร้อมสร้างแหล่งข้อมูลความจริงเพียงหนึ่งเดียว (Single Source of Truth) สำหรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การปฏิบัติการ และความเสี่ยง เตรียมพร้อมสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven organisation) ภายในปี 2568 และบรรลุวุฒิภาวะด้านการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของข้อมูล สำหรับรองรับการบูรณาการ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจขั้นสูงได้อย่างเต็มรูปแบบ
การปรับเปลี่ยนสู่ระบบคลาวด์
บรรลุเป้าหมายร้อยละ 50 ในการย้ายระบบงานขึ้นสู่ระบบคลาวด์เพื่อความสามารถในการขยายตัวและความปลอดภัย และใช้แพลตฟอร์ม Low-Code เพื่อช่วยให้พัฒนาแอปพลิเคชันได้รวดเร็วขึ้นตามความต้องการขององค์กร ย้ายเซิร์ฟเวอร์ขึ้นสู่ระบบคลาวด์ให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2568 และร้อยละ 75 ภายในปี 2570 เพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นขององค์กรในการบรรลุเป้าหมายองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์

การบริหารจัดการและกลยุทธ์

นโยบายและความมุ่งมั่น

บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันพลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนสำหรับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และองค์กรขนาดใหญ่ เราส่งมอบบริการจัดการพลังงานที่เชื่อถือได้และจำหน่ายไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสม พร้อมแสวงหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่สนับสนุนการเติบโตและสร้างผลตอบแทนในอนาคต

ขณะเดียวกัน เราได้เสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลและนวัตกรรม โดยการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI มาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจหลัก เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน รวมถึงการยกระดับการกำกับดูแลข้อมูลทั่วทั้งองค์กรเพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ช่วยให้การตัดสินใจมีความรวดเร็ว โปร่งใส และสร้างคุณค่าในระยะยาว

โครงสร้างการกำกับดูแล

การดำเนินงานด้านนวัตกรรมและการเตรียมความพร้อมองค์กรสู่ยุคดิจิทัลของ บี.กริม เพาเวอร์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ดิจิทัล ซึ่งทำหน้าที่ติดตามความคืบหน้าและกำกับดูแลการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ โดยรายงานผลการดำเนินงานต่อ คณะกรรมการบริษัท เป็นประจำทุกปี เพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่าระยะยาวและความเป็นเลิศในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้การนำของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชันธุรกิจอุตสาหกรรม โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 สายงานหลัก ได้แก่ สายงานพันธมิตรธุรกิจเชิงกลยุทธ์ และ สายงานดิจิทัลและโซลูชันพลังงาน

ด้านนวัตกรรม

บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งเน้นการปลูกฝังนวัตกรรมและการเติบโตเชิงกลยุทธ์ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินงานหลักอย่างรอบด้าน โดยมีผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพันธมิตรธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานของฝ่ายศูนย์บริหารจัดการนวัตกรรม โดยฝ่ายศูนย์บริหารจัดการนวัตกรรม ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการวางรากฐานการบริหารจัดการนวัตกรรมและผลักดันนวัตกรรมเชิงสถาบันทั่วทั้งองค์กร โดยมีพันธกิจในการพัฒนากรอบการทำงานที่เป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร ในฐานะ "เรดาร์แห่งอนาคต" ขององค์กร หน่วยงานนี้ใช้แนวทางที่เป็นระบบในการระบุ แสวงหา และบ่มเพาะความคิดริเริ่มใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ผ่านการบริหารจัดการที่มีวินัย นอกจากนี้ ฝ่ายศูนย์บริหารจัดการนวัตกรรมยังทำหน้าที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าทุกความคิดริเริ่มจะส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว รวมถึงการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอโครงการนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและสอดคล้องตามกลยุทธ์องค์กร ฝ่ายศูนย์บริหารจัดการนวัตกรรมจะรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ดิจิทัล และนำเสนอรายงานผลการดำเนินงานประจำปีต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อรักษามาตรฐานการกำกับดูแลที่ครอบคลุมในทุกเป้าหมายสำคัญขององค์กร

ด้านการเตรียมความพร้อมองค์กรสู่ยุคดิจิทัล

เพื่อสนับสนุนการขยายผลแนวคิดนวัตกรรมสู่การทำงานเชิงรุก บี.กริม เพาเวอร์ จัดตั้ง สายงานดิจิทัลและโซลูชันพลังงาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนกลางในการขับเคลื่อนด้านดิจิทัล ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัลและโซลูชันพลังงาน สายงานดังกล่าวบูรณาการ 3 ฝายงานหลัก ได้แก่ ฝ่ายดิจิทัลและโซลูชันพลังงาน  ฝ่ายบริหารโครงการดิจิทัล และฝ่ายทรานส์ฟอร์เมชันดิจิทัลและปฏิบัติการ

ขณะที่งานด้านนวัตกรรมมุ่งเน้นการสรรหาและบ่มเพาะแนวคิด สายงานดิจิทัลและโซลูชันพลังงานจะมุ่งเน้นในการขยายผลแนวคิดเหล่านั้นไปขยายผลสู่การใช้งานจริง โดยมีพันธกิจหลักในการเร่งการเปลี่ยนผ่านธุรกิจผ่านนวัตกรรมดิจิทัลและ AI อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อยกระดับ บี.กริม เพาเวอร์ สู่การเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นอันดับแรก (Human-First Energy Company) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านโซลูชันดิจิทัลที่ปลอดภัยและวัดผลได้จริง พร้อมทั้งสร้างกลไกการเติบโตใหม่ (Strategic Growth Engine) ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มพลังงาน (Energy Platforms-as-a-Service: PaaS) และบริการดิจิทัลภาคอุตสาหกรรมที่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกขององค์กร ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดิจิทัลขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กลยุทธ์

โซลูชันอุตสาหกรรมอัจฉริยะ
โซลูชันอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (ผลลัพธ์)

การส่งมอบโซลูชันพลังงานนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ลูกค้าอุตสาหกรรมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและการซื้อขายพลังงาน
  • แพลตฟอร์มการรวมโหลดไฟฟ้า
    แพลตฟอร์มล้ำสมัยที่รวบรวมแหล่งพลังงานหมุนเวียนหลากหลายแหล่ง เพื่อรองรับระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third-Party Access: TPA) และการซื้อขายพลังงานสีเขียวได้ง่ายขึ้น โดยปรับสมดุลพลังงานจากผู้ผลิตรายย่อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน
  • การผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์
    โครงข่ายไฟฟ้าที่วิเคราะห์และจัดการประสิทธิภาพโดยการบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) สมาร์ทมิเตอร์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่
บริการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
  • โซลูชันการจัดการพลังงาน
    บริการสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของลูกค้า ผ่านการยกระดับขีดความสามารถขององค์กรและการจัดการประสิทธิภาพพลังงาน
  • ทางเลือกด้านพลังงานหมุนเวียน
    พัฒนาโซลูชันที่ออกแบบเฉพาะ โดยเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และการมุ่งสู่เป้าหมายการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
โครงสร้างพื้นฐานและการขยายธุรกิจ
  • ดาต้าเซ็นเตอร์
    พัฒนาโซลูชันพลังงานเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมของ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อผลักดันพลังงานหมุนเวียนและโอกาสการลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

การขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงกลยุทธ
การขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ (ทิศทาง)

การขับเคลื่อนการเติบโตผ่านกรอบกลยุทธ์ 3 ระยะ เพื่อสร้างความยั่งยืนและการขยายตัวทางธุรกิจ

  • มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อต่อยอดจากธุรกิจเดิม
    พัฒนาระบบขั้นสูงสำหรับการจัดการพลังงานจากหลากหลายแหล่ง และการซื้อขายพลังงาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับพลังงานไฟฟ้า ไอน้ำ และพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
  • ขยายธุรกิจปัจจุบันและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน
    ยกระดับความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรทั้งในระดับประเทศและระดับสากลสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้า
  • สร้าง พัฒนา และขยายธุรกิจในแนวทางใหม่
    ขยายโอกาสนอกเหนือจากธุรกิจพลังงานในปัจจุบัน ผ่านการลงทุนร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและนวัตกรรม

ตัวขับเคลื่อนด้านดิจิทัล
ตัวขับเคลื่อนด้านดิจิทัล (เทคโนโลยี)

การใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานและความทันสมัย

  • การใช้ข้อมูลเชิงลึกและระบบอัตโนมัติ
    พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลแบบเรียลไทม์รวมศูนย์ รวมถึงการใช้ระบบ Robotic Process Automation (RPA) เพื่อลดภาระงาน เพิ่มความแม่นยำ และประสิทธิภาพการทำงาน
  • พันธมิตรเชิงกลยุทธ์และการจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
    สร้างความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม เข้าถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและเลือกวิธีการจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุด
  • การปรับปรุงระบบด้วยกลยุทธ์การใช้คลาวด์เป็นหลัก
    ใช้กลยุทธ์ Cloud-First เพื่อทดแทนระบบเดิม เพิ่มขีดความสามารถในการขยายตัว ความปลอดภัย ความสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่พัฒนาไป พร้อมลดต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษา
  • ความยั่งยืนและโครงการ Green IT
    ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยดิจิทัลผ่านการนำเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

องค์กรและวัฒนธรรม
องค์กรและวัฒนธรรม (รากฐาน)

การสร้างขีดความสามารถภายในเพื่อรักษาความยั่งยืนของนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

  • สร้างรากฐานการจัดการนวัตกรรม
    ปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการบุกเบิกและเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลและ AI ผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อให้พนักงานสามารถระดมความคิด ทดลอง และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้
  • การพัฒนาบุคลากรและเพิ่มพูนทักษะด้านดิจิทัล
    การลงทุนพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของพนักงานและการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล

ผลการดำเนินงานปี 2568

ด้านความเป็นเลิศในโซลูชันพลังงาน

เรามุ่งมั่นสร้างความเป็นเลิศด้านโซลูชันพลังงาน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน บริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

การพัฒนาระบบดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการพลังงาน

เราอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายไฟฟ้าและเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐานการซื้อขายพลังงานในอนาคต

ระบบ Energy Management System (EMS)

ด้วยความร่วมมือกับ Schneider Electric และ Yokogawa Electric Corporation เราได้ติดตั้งระบบการบริหารจัดการพลังงาน (EMS) เพื่อเสริมการทำงานโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อจัดการความต้องการและการจ่ายไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่โรงไฟฟ้า ABP, ABPR, และ BPLC ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี Smart Grid อย่างเป็นรูปธรรม

  • หน้าที่: ตอบสนองความต้องการการใช้ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ โดยการติดตามการใช้งานจริงในโครงข่าย เพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่หลากหลาย ลดการสูญเสียพลังงาน และช่วยในการวางแผนขยายโครงข่ายในอนาคต
  • ขอบเขต: ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม โดยบูรณาการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม แหล่งพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ระบบตอบสนองด้านโหลด และแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงาน
  • ความพร้อมสู่อนาคต: ยกระดับระบบควบคุมและเก็บข้อมูลทางไกล (SCADA) เพื่อการตรวจสอบจากระยะไกล พร้อมมุ่งสู่ระบบโครงข่ายอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ใช้ระบบบริหารจัดการโหลดไฟฟ้าครบวงจร (Advance Distributed Management System: ADMS)

ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม โดยบริหารจัดการการผลิต การส่ง และการจำหน่ายไฟฟ้าจากหลายแหล่งพลังงาน ผ่านการบูรณาการฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบ SCADA RTU ซึ่งเป็นระบบสำหรับติดตามและควบคุมการทำงานของโครงข่ายไฟฟ้า เข้ากับระบบสื่อสารส่วนกลาง เพื่อวิเคราะห์และจำลองสถานการณ์แบบเรียลไทม์เพื่อคาดการณ์ผลกระทบ ช่วยให้สามารถควบคุมโครงข่ายไฟฟ้าที่มีแหล่งพลังงานหลากหลายได้อย่างครอบคลุม และเตรียมความพร้อมสำหรับระบบการเปิดให้บุคคลที่สามใช้โครงข่ายไฟฟ้า (Third-Party Access: TPA)

พัฒนาระบบโรงไฟฟ้าจำลองดิจิทัล (Digital Twin)

ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการโรงไฟฟ้า ประยุกต์ใช้กับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าหลักใน Smart Grid ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ ระบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความคุ้มค่าด้านต้นทุน ช่วยในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) โดยการพยากรณ์สุขภาพของเครื่องจักรเพื่อลดการหยุดชะงัก และจัดการข้อมูลการดำเนินงานที่ซับซ้อนอย่างเป็นระบบ

การใช้งานเทคโนโลยีโดรน

มีการใช้งานโดรนติดกล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Imaging) เพื่อตรวจสอบและบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (ชลบุรี, ระยอง และหนองละลอก) ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจพบจุดบกพร่อง ลดเวลาและต้นทุนในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากอุปกรณ์แรงดันสูง และขยายผลไปสู่การสำรวจพื้นที่เพื่อการพัฒนาใหม่ๆ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

การพัฒนาโมเดลพลังงานแห่งอนาคตและพลังงานหมุนเวียน

เรากำลังพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถขยายขอบเขตการรองรับได้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของลูกค้า

โครงการโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant - VPP)

ใช้โครงข่ายไฟฟ้าที่มีอยู่ในการจัดเก็บพลังงานเสมือน โดยเริ่มใช้ร่วมกับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ และสร้างสมดุลระหว่างการจ่ายพลังงานและความต้องการพลังงานเพื่อสร้างเครือข่ายที่มีเสถียรภาพ และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายพลังงานสีเขียวของลูกค้าด้วยการเสนอทางออกที่ปรับสมดุลพลังงานได้ตามความต้องการ เพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการเสถียรภาพของโครงข่าย รับรองการจ่ายพลังงานที่เชื่อถือได้ และส่งเสริมอนาคตพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พัฒนาแพตฟอร์มเพื่อรองรับการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเสมือน (Virtual PPA)

แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยจัดสรรการส่งพลังงานสะอาดในรูปแบบเสมือนไปยังลูกค้าภายนอกนิคมอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องพึ่งสายส่งไฟฟ้าจริง สอดคล้องกับเป้าหมายของเราในการขยายฐานการตลาดและส่งเสริมความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมมีระบบแดชบอร์ด เรียลไทม์เพื่อตรวจสอบการใช้พลังงาน วิเคราะห์และวางแผนการใช้พลังงานล่วงหน้าแก่ลูกค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ระบบจะประมวลผลข้อมูลการใช้ไฟฟ้าเพื่อสร้างแผนการใช้พลังงานที่เหมาะสม คาดการณ์การใช้พลังงานในอนาคต และจัดทำรายงานสำหรับลูกค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันพร้อมรองรับระบบ TPA อย่างเต็มรูปแบบ ดยมอบทางเลือกด้านพลังงานรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม ช่วยประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว

บริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา

โดยใช้ซอฟต์แวร์ Distributed Energy Resource Management System (DERMS) เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในการติดตั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาและบริหารจัดการให้ระบบมีเสถียรภาพแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม

การสร้างสรรค์โซลูชันเพื่อลูกค้าและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

เรานำข้อมูลมาสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า โดยนำเสนอประโยชน์ทางการเงินและใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน

การประหยัดพลังงานและระบบตอบสนองด้านโหลด

เรานำเสนอโครงสร้างส่วนลดที่ปรับตามพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าแต่ละราย และดำเนินโครงการตอบสนองด้านโหลด เพื่อสร้างแรงจูงใจปรับเปลี่ยนการที่ใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อรักษาเสถีรยภาพของการจ่ายพลังงาน ป้องกันไฟฟ้าดับ และเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับข้อตกลงการซื้อขายพลังงาน (PPA) และเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันการหยุดชะงัก โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการให้บริการพลังงานที่เชื่อถือได้ สร้างระบบนิเวศด้านพลังงานที่ยืดหยุ่น พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งาน เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้า และตอกย้ำจุดยืนของเราในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ระบบบริหารจัดการพลังงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

การใช้ใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC)

เราใช้ RECs เพื่อขับเคลื่อนความต้องการในการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 2) จากการใช้พลังงานของลูกค้า โดยใบรับรอง RECs ของเรามาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนหลัก ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ซึ่งได้รับมาตรฐานสากล จาก The I-Track Foundation: I-REC (E)) และได้รับการรับรองจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดย 1 REC เทียบเท่ากับไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ทั้งนี้ ในปี 2568 เราได้ส่งมอบ RECs ให้กับ 25 องค์กร

การคาดการณ์ด้วย AI

เราใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อคาดการณ์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้า ช่วยให้สามารถวางแผนเชิงรุกให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศและความผันผวนของปริมาณไฟฟ้าในระบบ นอกจากนี้ ระบบยังสนับสนุนการจัดสรรทรัพยากรและการจัดการสำรองพลังงานอย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการดำเนินงาน และสร้างความมั่นใจในการส่งมอบไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอย่างน่าเชื่อถือ

แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

การใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อติดตามและวิเคราะห์ปริมาณการใช้พลังงานของลูกค้า ช่วยให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสัญญาและลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนของปริมาณไฟฟ้า ส่งผลให้สามารถกำหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานจริงของลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงเตรียมความพร้อมของแพลตฟอร์มสำหรับการเปิดให้บุคคลที่สามใช้โครงข่ายไฟฟ้า (TPA) ในอนาคต

การขับเคลื่อนนวัฒกรรมและการสร้างธุรกิจใหม่

มุ่งเน้นการบ่มเพาะและขับเคลื่อนนวัตกรรม พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของบุคลากรเพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสใหม่ๆ

การบริหารพอร์ตโฟลิโอนวัตกรรม

เราทำงานร่วมกับที่ปรึกษาระดับโลก พันธมิตรทางเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านนวัตกรรมผ่านการทำงานร่วมกันแบบข้ามสายงาน กิจกรรมหลักประกอบด้วยการกำหนดขอบเขตโครงการ การวางแผน และการทดสอบโซลูชันร่วมกับทีมงานทั้งภายในและภายนอกเพื่อแก้ไขปัญหาและเลือกสรรเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด

การเสริมสร้างวัฒนธรรมและขีดความสามารถ

ส่งเสริมแนวคิดที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการปรับตัว สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ และสร้างขีดความสามารถให้กับพนักงาน รวมถึงสนับสนุนการสร้างไอเดียทั่วทั้งองค์กร โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่

  • โครงการ B.Grimm Ideation Awards 2025 : เปิดตัวภายใต้แนวคิด “Empowering B.Grimm with your Idea” เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านนวัตกรรมในระยะยาว และกระตุ้นให้พนักงานพัฒนาและนำเสนอไอเดียที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและความยั่งยืน โดยฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแก่ผู้เข้าร่วม 44 คนจากหน่วยธุรกิจที่หลากหลาย จนเกิดการนำเสนอโครงการที่มีศักยภาพสูงถึง 15 โครงการ โครงการนี้สนับสนุนทั้งนวัตกรรมในระดับสายงานและการพัฒนาตนเอง โดยไอเดียที่ได้รับเลือกมีศักยภาพที่จะต่อยอดเป็นธุรกิจในอนาคต โครงการหนึ่งที่โดดเด่นคือ “B.Grimm SolarCare” ซึ่งมุ่งพัฒนาธุรกิจบริการด้านการดูแลและบำรุงรักษา (O&M) สำหรับโซลาร์รูฟท็อปและโซลาร์ฟาร์ม แสดงให้เห็นศักยภาพของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการให้บริการ O&M ทั้งภายในและภายนอกโครงข่ายของเรา
  • โครงการฝึกอบรมผู้สร้างนวัตกรรม : จัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการจัดการโครงการนวัตกรรมสำหรับพนักงานที่มีไอเดียที่มีศักยภาพรวม 7 ครั้ง ครอบคลุมเนื้อหาเรื่อง Design Thinking, Business Model Canvas, AI สำหรับธุรกิจ, พฤติกรรมผู้บริโภค, การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ และทักษะการนำเสนอที่สำคัญ (Pitching) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ที่นำไปใช้ได้จริงและวิธีพัฒนาไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจที่เป็นรูปธรรม
  • การอบรมเชิงปฏิบัติการการคิดเชิงออกแบบสำหรับพนักงานใหม่ : ปลูกฝังพื้นฐานการคิดเชิงออกแบบให้กับพนักงานใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมรับการฝึกอบรมแล้วกว่า 46 คน
การยกระดับระบบไอทีเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุคดิจิทัล

เรากำลังบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความมั่นคงปลอดภัย และการตัดสินใจ

การบูรณาการระบบและการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน
ซอฟต์แวร์กลางสำหรับการเชื่อมต่อระบบ (Middleware)

อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ภายในองค์กรให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างระบบเก่าและระบบใหม่ ผ่าน APIs (Application Programming Interfaces) แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อน ปรับปรุงประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนข้อมูล และช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการระบบและการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่เกิดจากระบบที่ไม่เชื่อมโยงกัน

การบริหารจัดการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Service Management: ITSM)

ใช้เพื่อจัดการบริการไอทีให้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การรายงานเหตุการณ์ผิดปกติและการวินิจฉัย ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ระบบนี้ช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความล่าช้าในการดำเนินงาน และช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถมุ่งเน้นไปที่งานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

การเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดียว (Single Sign-On: SSO)

ลดปัญหาด้านการจัดการรหัสผ่านและยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตน ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาพรวม พร้อมทั้งลดภาระงานของฝ่ายไอที

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคลาวด์และการเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยี
การย้ายระบบขึ้นสู่คลาวด์

ย้ายฟังก์ชันสำคัญไปสู่แพลตฟอร์มคลาวด์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับการเติบโตได้ในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการดำเนินงาน และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบที่ล้าสมัย นอกจากนี้ การย้ายระบบไปสู่คลาวด์ยังช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน เมื่อเทียบกับการใช้ระบบเดิมที่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์และฮาร์ดแวร์จำนวนมาก

ศูนย์สำรองข้อมูลบนคลาวด์สำหรับระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (Cloud-Based Disaster Recovery Site for ERP)

ซึ่งช่วยยกระดับความมั่นคงของระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) เพื่อเสริมสร้างความพร้อมใช้งานของระบบ สามารถกู้ข้อมูลย้อนหลังล่าสุด 5 นาทีก่อนเกิดภัยพิบัติ (Recovery Point Objective) ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เทียบกับเดิมที่ข้อมูลย้อนหลังไป 24 ชั่วโมง ช่วยป้องกันการสูญเสียของข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นในความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตลอดจนลดการพึ่งพาระบบสำรองข้อมูลแบบเดิม ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ทำงานบนคลาวด์ที่ปลอดภัย (Cloud Landing Zones)

ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการและแยกพื้นที่การทำงานระหว่างระบบที่ใช้งานจริง (Production) และระบบสนับสนุนที่ไม่ได้ใช้งานจริงอย่างชัดเจน ประกอบด้วย พื้นที่ปฏิบัติจริง พื้นที่ทดสอบ พื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลเพื่อการแก้ไขปัญหา และพื้นที่ควบคุมการเข้าถึงของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการของผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยอย่างครอบคลุม เช่น การเฝ้าระวังและการบันทึกข้อมูลการใช้งาน (Logging) เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลหรือภัยคุกคามไซเบอร์

การพัฒนาแพลตฟอร์ม ระบบ และการใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร
แพลตฟอร์มการจัดการข้อมูล (Data Management Platform)

รวบรวมและบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยธุรกิจเข้าด้วยกัน สร้างรากฐานข้อมูลที่มีคุณภาพสูงและเชื่อถือได้ ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการตัดสินใจ สร้างกระบวนการทางธุรกิจที่มีความคล่องตัว และเตรียมความพร้อมขององค์กรสำหรับการนำ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาใช้งานในวงกว้าง

การพัฒนารายงานเชิงวิเคราะห์ผ่านเครื่องมืออัจฉริยะทางธุรกิจ (Business Intelligence: BI)

ช่วยให้ บี.กริม เพาเวอร์ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่สำคัญและจัดทำรายงานเชิงลึกเพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์องค์กร เช่น การวิเคราะห์แนวโน้มทางธุรกิจ และการประเมินความสำเร็จของแผนงานต่าง ๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลที่ครบถ้วนและแม่นยำสำหรับการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบบริหารจัดการเงินกู้ (Loan Management System)

บูรณาการร่วมกับระบบการเงิน บัญชี และระบบหลักขององค์กร เพื่อสร้างแหล่งข้อมูลความจริงหนึ่งเดียว (Single Source of Truth) สำหรับข้อมูลเงินกู้ ช่วยปรับปรุงความแม่นยำของข้อมูล การกระทบยอด การรายงานผล และเพิ่มทัศนวิสัยในการบริหารจัดการทั่วทั้งองค์กร

การพัฒนาแดชบอร์ดการจัดซื้อ

ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้จ่ายในด้านต่างๆได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์การจัดซื้อ เพิ่มความโปร่งใส และส่งเสริมประสิทธิภาพด้านต้นทุน

การพัฒนาแพลตฟอร์ม Low-Code

พัฒนาแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของแผนกต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพานักพัฒนาภายนอก ช่วยบริหารจัดการต้นทุน และเสริมศักยภาพของพนักงานในองค์กร

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ บี.กริม เพาเวอร์ เราได้ลงทุนพัฒนาระบบและการเพิ่มพูนทักษะของบุคลากร เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในยุคดิจิทัล และสร้างมูลค่าในระยะยาวให้กับธุรกิจ