โครงการภายใต้เป้าหมายการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ที่ที่เราดำเนินการ

บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและควบคุมผลกระทบจากการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบในทุก ๆ ที่ที่เราดำเนินการ และมุ่งหวังที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมชุมชนให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน จึงมุ่งมั่นที่จะจัดทำโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งเน้นโครงการที่ส่งเสริมด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับบริบทในแต่ละพื้นที่ที่ดำเนินการ

โครงการ บี.กริม บวร (บ้าน วัด โรงเรียน)

โครงการ บี.กริม บวร (บ้าน–วัด–โรงเรียน) เริ่มดำเนินการในปี 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและสังคมให้มีความเข้มแข็ง เติบโตอย่างมีศักยภาพ และเกิดความยั่งยืนในระยะยาว โครงการมุ่งพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ชุมชน และการพัฒนาคน ภายใต้แนวพระราชดำริ “บ้าน–วัด–โรงเรียน” ควบคู่กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โครงการมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรักและความผูกพันต่อถิ่นฐานบ้านเกิด ส่งเสริมการมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีความเป็นอยู่อย่างสมดุล มีความสุข และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ในปี 2565 บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมกับ มูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ ดำเนินโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” (Partnership School Project) โดยใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างบูรณาการ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา คุณภาพชีวิตของนักเรียน และความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชนโดยรอบ โครงการดำเนินงานภายใต้แผนระยะยาวที่ครอบคลุม 9 กิจกรรมหลัก ได้แก่

  1. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
  2. การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพครู นักเรียน และสมาชิกในชุมชน
  3. การจัดตั้งแปลงเกษตรเพื่อขจัดความยากจน
  4. การจัดตั้งกองทุนเงินออมและเงินกู้เพื่อการประกอบอาชีพ
  5. การสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ และสื่อการเรียนการสอน
  6. การสร้างความมั่นคงด้านอาหารและรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ
  7. การส่งเสริมด้านสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม และการปลูกต้นไม้
  8. การบริหารจัดการโครงการ พร้อมติดตามและให้คำแนะนำ
  9. การประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ

ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการ ปรับปรุงศาลาการเปรียญวัดบี.กริม แล้วเสร็จตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เพื่อใช้เป็นพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งบริหารจัดการโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” ร่วมกับ มูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ ครบรอบ 3 ปี โดยมีการประเมินผลจากครู นักเรียน และชุมชนกว่า 30 คน ซึ่งสะท้อนความพึงพอใจและความต้องการให้โครงการดำเนินต่อไป นอกจากนี้ ยังให้คำปรึกษาและพัฒนาแนวทางด้านธนาคารพัฒนาชุมชน การจัดการพื้นที่สวนเกษตร แปลงผักปลอดสารพิษ และการปรับภูมิทัศน์บริเวณแผงพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมกันนี้ โครงการยังขยายผลสู่มิติผู้สูงอายุ ผ่านการประสานงานกับ ชมรมผู้สูงอายุตำบลคลองทับจันทร์ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์แผนไทย ซึ่งชมรมได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ ด้าน “พื้นที่ต้นแบบดีเด่นชมรมผู้สูงอายุ” ประจำปี 2568

ในภาพรวมโครงการ บี.กริม บวร (บ้าน–วัด–โรงเรียน) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เสริมสร้างความเข้มแข็งของโรงเรียน วัด และชุมชน พร้อมวางรากฐานสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อธุรกิจ
  • แสดงจุดยืนในการขับเคลื่อนสังคมตามหลักปรัชญาใน “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี”
  • สอดคล้องกับหนึ่งในเป้าหมายของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทว่าด้วยการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ ที่ที่เราดำเนินการ
ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนผ่านความร่วมมือ บ้าน–วัด–โรงเรียน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและการเติบโตของชุมชนอย่างยั่งยืน
  • ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความตระหนักรู้ในระดับชุมชน
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาและอาชีพของนักเรียน ครู ผู้สูงอายุ และคนในชุมชน ผ่านการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
  • สนับสนุนและสอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ในเป้าหมายย่อยที่ 1.1 1.2 2.1 2.3 และ 8.31

โครงการ Smart Agriculturist for Thailand’s Future

บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานและการเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้กรอบโครงการ Smart Agriculturist for Thailand’s Future ซึ่งมีเป้าหมายในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และงานวิจัยไปประยุกต์ใช้จริง เพื่อยกระดับภาคการเกษตร การศึกษา และคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยพัฒนาโครงการนำร่อง “โครงการติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์กึ่งโปร่งแสง” ณ โรงเรียนชุมชนวัดบางกะดี จังหวัดปทุมธานี โดยเป็นต้นแบบของการบูรณาการ Smart Energy, Smart Farm และ Smart Environment เข้าด้วยกัน เพื่อใช้เป็นทั้งแหล่งผลิตพลังงานสะอาด แหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และพื้นที่สาธิตนวัตกรรมสำหรับเยาวชนและชุมชน

โครงการได้นำเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์กึ่งโปร่งแสงและเปลี่ยนสีได้ (Transparent & Color-changing Solar Panel) มาติดตั้งในพื้นที่โรงเรียน ขนาดกำลังการผลิต 6 kWp ซึ่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 720 หน่วยต่อเดือน ซึ่งสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 3,384 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 40,608 บาทต่อปี โดยนำไปใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับสนับสนุนการเรียนการสอนและกิจกรรมภายในโรงเรียน รวมถึงกิจกรรมด้านการเกษตรและการพัฒนาทักษะอาชีพ เช่น เช่น อุปกรณ์สอนอาชีพด้านความงาม เครื่องมือแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และระบบปั๊มน้ำหรือระบบเพาะปลูก ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพ อาทิ นักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดบางกะดี มีทักษะการปลูกผักแบบบูรณาการ Smart Farm ซึ่งสามารถนำผักที่ปลูกได้ไปจัดจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เสริม อีกทั้งมีความรู้ด้านเทคโนโลยี และแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่นักเรียนและชุมชนโดยรอบ ในด้านสิ่งแวดล้อม โครงการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 4.3 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 432 ต้น สะท้อนถึงศักยภาพของนวัตกรรมพลังงานสะอาดในการสนับสนุนเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการนำร่องดังกล่าวจึงถือเป็นต้นแบบสำคัญของการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้จริงในภาคการศึกษาและชุมชน สะท้อนถึงบทบาทของบี.กริม เพาเวอร์ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม และเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดแนวคิด Smart Agriculturist for Thailand’s Future ไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ในอนาคตอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อธุรกิจ
  • สะท้อนบทบาทของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโครงการพลังงานที่ดำเนินงานควบคู่กับการยกระดับสังคมและชุมชนอย่างเป็นระบบ
  • เสริมสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่โครงการ ส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจระยะยาว
  • สนับสนุนการบูรณาการประเด็นด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เข้ากับการดำเนินงานหลักขององค์กร
  • ลดความเสี่ยงด้านสังคมและชื่อเสียงขององค์กรจากการดำเนินโครงการในพื้นที่ชุมชน
ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • เพิ่มศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาตนเองผ่านการมีส่วนร่วมของสถานศึกษา หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่
  • ส่งเสริมรูปแบบการดำรงชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและสมดุลกับระบบนิเวศ
  • ขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะที่สามารถต่อยอดสู่การศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต
  • สนับสนุนและสอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ในเป้าหมายย่อยที่ 1.2 2.3 2.4 และ 8.3

โครงการพระบารมีส่องสว่าง แสงธรรมทั่วไทย

บี.กริม เพาเวอร์ ดำเนินโครงการ “พระบารมีส่องสว่าง แสงธรรมทั่วไทย” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในมิติสังคม จิตใจ และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” โดยนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดมาเพิ่มการเข้าถึงพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่วัด โรงเรียน และสถานพยาบาลชุมชนในพื้นที่ดำเนินงาน โครงการจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวาระมหามงคล โดยดำเนินงานในรูปแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินพื้นที่ การออกแบบ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการบำรุงรักษาและติดตามผลในระยะยาว เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ในปี 2568 บริษัทได้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบ On-grid รวมกำลังการผลิตประมาณ 78 กิโลวัตต์ ในพื้นที่ 10 แห่ง ครอบคลุมวัด โรงเรียน และสถานพยาบาลชุมชน ใน 7 จังหวัด ด้วยงบประมาณรวมประมาณ 3.45 ล้านบาท โดยระบบดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าและเพิ่มเสถียรภาพด้านพลังงานให้แก่ชุมชนผู้ใช้งาน บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคุณภาพของโครงการอย่างรอบด้าน อาทิ การปรับแบบก่อสร้างให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การจัดการด้านเอกสารและการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการติดตามผลการผลิตไฟฟ้า (Monitoring System) เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว โครงการพระบารมีส่องสว่าง แสงธรรมทั่วไทย จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อธุรกิจ
  • เสริมความน่าเชื่อถือด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สะท้อนบทบาทของบริษัทในการนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดมาสร้างประโยชน์ให้สังคมอย่างเป็นรูปธรรม
  • สนับสนุนความต่อเนื่องและเสถียรภาพในการดำเนินงาน (License to Operate) เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่โครงการ ช่วยลดความเสี่ยงด้านสังคมในระยะยาว
  • ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงศักยภาพของโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ในการใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะ และการประยุกต์ใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดต้นทุนพลังงาน
ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • เพิ่มการเข้าถึงพลังงานสะอาดในชุมชน สนับสนุนวัด โรงเรียน และสถานพยาบาลชุมชนให้มีไฟฟ้าใช้จากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของชุมชน ช่วยลดค่าไฟฟ้าและเพิ่มงบประมาณที่สามารถนำไปใช้พัฒนากิจกรรมด้านสังคม การศึกษา และสาธารณประโยชน์อื่น ๆ
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการใช้พลังงานหมุนเวียนช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว
  • เสริมสร้างความรู้และการมีส่วนร่วมด้านพลังงานยั่งยืนเปิดโอกาสให้เยาวชน นักศึกษา และชุมชนเรียนรู้การใช้พลังงานสะอาดผ่านการใช้งานจริง
  • สนับสนุนและสอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ในเป้าหมายที่ 7 11 และ 13

โครงการ B.Grimm CARE & SHARE “กระเป๋าปันสุข (ภาพ)”

โครงการ B.Grimm CARE & SHARE “กระเป๋าปันสุข (ภาพ)” เป็นโครงการสนับสนุนด้านสาธารณสุขของ บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งเสริมศักยภาพการดูแลสุขภาพเบื้องต้นของชุมชน โดยสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับการตรวจเยี่ยมผู้ป่วยให้แก่บุคลากรสาธารณสุขและ Care Giver ในพื้นที่รอบโครงการ ภายในกระเป๋าปันสุข (ภาพ) ประกอบด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐาน อาทิ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Oximeter) และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความทั่วถึง และประสิทธิภาพในการให้บริการตรวจเยี่ยมผู้ป่วยในระดับชุมชน บริษัทได้ส่งมอบกระเป๋าปันสุข รวมทั้งสิ้น 12 ชุด ให้แก่ 10 สถานพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีมูลค่าการสนับสนุน รวมทั้งสิ้น 60,000 บาท

โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบี.กริม เพาเวอร์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขชุมชน และการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อธุรกิจ
  • สะท้อนการดำเนินธุรกิจตามหลักปรัชญาองค์กร “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี (Empowering the World Compassionately)”
  • สนับสนุนเป้าหมายกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัท ผ่านการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
  • เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่รอบโครงการ
  • ลดความเสี่ยงด้านข้อร้องเรียนจากชุมชน และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลระหว่างองค์กรกับสังคม
  • สนับสนุนการดำเนินงานด้าน ESG และการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของบริษัท
ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่รอบโครงการ
  • เสริมศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและ Care Giver ในการตรวจเยี่ยมและดูแลผู้ป่วยในระดับชุมชน
  • สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐาน จำนวน 12 ชุด ให้แก่ 10 สถานพยาบาล
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพเบื้องต้นให้แก่ประชาชนในชุมชน
  • มูลค่าการสนับสนุนรวม 60,000 บาท ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน
  • สนับสนุนและสอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ในเป้าหมายที่ 3

โครงการ B.Grimm Open House Open Heart

บี.กริม เพาเวอร์ จัดโครงการ B.Grimm Open House Open Heart 2025 เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าได้เข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นการสื่อสารอย่างโปร่งใส การสร้างความเข้าใจร่วม และการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในระยะยาว จัดขึ้นในพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABP1-5) บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ (BIP1-2) และบี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) (BPAT1-3) ครอบคลุมการให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตไฟฟ้า มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย รวมถึงการเยี่ยมชมพื้นที่ปฏิบัติงานจริง และการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างบริษัทและชุมชน เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและข้อห่วงกังวลจากผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ในปี 2568 โครงการมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 107 คน จาก 4 ชุมชน จำนวน 3 ครั้ง โดยได้รับผลประเมินความพึงพอใจในระดับสูงกว่าร้อยละ 87 สะท้อนถึงความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ทัศนคติเชิงบวกต่อองค์กร และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างบริษัทและชุมชนในพื้นที่

เราเชื่อมั่นว่าโครงการ B.Grimm Open House Open Heart เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือกับชุมชน ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานในระยะยาว

ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อธุรกิจ
  • เสริมสร้างความโปร่งใสและความเข้าใจในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยตรง
  • สนับสนุนการบริหารความสัมพันธ์กับชุมชน (Stakeholder Engagement) และการสื่อสารเชิงรุก ลดช่องว่างด้านความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจพลังงาน
  • เสริมภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้ประกอบการพลังงานที่เปิดกว้าง รับฟัง และให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม
  • ลดความเสี่ยงด้านข้อร้องเรียนและความขัดแย้งในพื้นที่โครงการ ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในระยะยาว
  • สนับสนุนการดำเนินงานตามกรอบ ESG และนโยบายความยั่งยืนขององค์กร โดยเฉพาะมิติด้านสังคมและการกำกับดูแล
  • เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและการปฏิบัติตามกฎหมายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่รอบโครงการเข้าถึงข้อมูลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเข้าใจง่าย
  • เพิ่มความรู้ ความเข้าใจด้านพลังงาน การผลิตไฟฟ้า ความปลอดภัย และการดูแลสิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชน
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการติดตามและสะท้อนความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
  • เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือระหว่างบริษัท ชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และสถานศึกษา
  • สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ผ่านกิจกรรมเรียนรู้ภาคสนาม
  • สนับสนุนและสอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ในเป้าหมายที่ 4 11 และ16

โครงการส่งเสริมผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ที่สปป.ลาว

บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาว โดยดำเนินโครงการที่ตอบสนองต่อบริบทและความต้องการของชุมชนในแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมการส่งเสริมการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาการศึกษาและสาธารณูปโภคพื้นฐานในโรงเรียน การส่งเสริมสุขภาวะของประชาชน ผ่านความร่วมมือกับชุมชน สถานศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการพึ่งพาตนเองและสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โครงการศูนย์การเรียนรู้การกสิกรรมเพื่อความยั่งยืน เซน้ำน้อยและเซกะตำ สปป.ลาว

บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร (food safety) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชากร จึงได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การกสิกรรมเพื่อความยั่งยืนเซน้ำน้อยและเซกะตำ บริเวณโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ในเมืองปากซอง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของชุมชนผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรกรรมแบบอินทรีย์ กิจกรรมหลักของโครงการครอบคลุมการอนุรักษ์แหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งเสริมความรู้เพื่อหยุดการเผาป่า และการฟื้นฟูหน้าดินที่เป็นแหล่งแร่ธาตุจำเป็นสำหรับการเกษตรกรรม สนับสนุนการทำฟาร์มอินทรีย์และการปลูกผักสวนครัวในครัวเรือน การฝึกอบรมการทำปุ๋ยหมักแบบใช้น้ำและไม่กลับกองเพื่อลดการใช้สารเคมี รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ในการทำเกษตรแนวใหม่โดยใช้พลังงานทดแทนโซลาร์ปั๊ม (Solar Pump) เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้แก่เกษตรกร พร้อมมุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ดิน น้ำ และป่าไม้ โดยร่วมมือกับคณะเกษตรศาสตร์และป่าไม้ มหาวิทยาลัยจำปาสัก ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาว

ในปี 2568 มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่

  • จัดอบรมการผลิตปุ๋ยหมักจากมูลไส้เดือนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรและพึ่งพาตนเองในระดับครัวเรือน
  • ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตเมล็ดกาแฟด้วยเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืชและการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร
  • จัดตั้งแปลงผักตัวอย่าง ณ โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์ห้วยกอง เมืองปากช่อง เพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านการเกษตรสำหรับนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริง ได้บริโภคผักสดที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และปลูกจิตสำนึกด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน
  • จัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการผลิตอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำให้แก่ชุมชนบ้านน้ำตวด หนองตวง และอุปะชา โดยได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยจำปาสัก เพื่อช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชน

กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง บี.กริม เพาเวอร์ สถาบันการศึกษา และชุมชน ในการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พัฒนาอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

ด้านการศึกษาและพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในโรงเรียน

บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญกับการศึกษาในฐานะรากฐานของการพัฒนาเด็ก เยาวชน และชุมชน จึงร่วมมือกับสถานศึกษาและหน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในโรงเรียน และเสริมสร้างความรู้ด้าน STEM พลังงานสะอาด และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เยาวชนมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ พร้อมพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการพัฒนาชุมชน

ในปี 2568 มีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้

  • สนับสนุนการศึกษาและสาธารณูปโภคพื้นฐานในโรงเรียน บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมกับคณะครู นักเรียน และชุมชนรอบโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ดำเนินกิจกรรมให้แก่โรงเรียนประถมศึกษาในเมืองท่าโทม แขวงไซสมบูรณ์ สปป.ลาว จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนประถมสมบูรณ์บ้านน้ำล้อง และ โรงเรียนประถมสมบูรณ์ชำก่อทอง ครอบคลุม 2 กลุ่มบ้าน ได้แก่ บ้านน้ำล้อง และ บ้านชำก่อทอง โดยมีนักเรียนและเยาวชนได้รับประโยชน์กว่า 150 คน กิจกรรมประกอบด้วยการมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน รวมถึงการจัดทำและปรับปรุงระบบน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคภายในโรงเรียน รวมมูลค่ากว่า 40,000 บาท นอกจากนี้ ยังให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมและส่งเสริมให้เยาวชนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน
  • โครงการพลังเยาวชน สร้างอนาคตและพลังงานอย่างยั่งยืน บี.กริม เพาเวอร์ ดำเนินโครงการ ณ โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์ไซเสดถา เมืองไซเสดถา นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อส่งเสริมความรู้ด้าน STEM ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องพลังงานสะอาดและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการเรียนรู้เชิงประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติจริง เยาวชนได้เข้าร่วมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น การออกแบบแคมเปญ “พลังงานสะอาด…สู่ชีวิตประจำวัน” ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน และการสื่อสารอย่างเป็นระบบ พร้อมส่งเสริมให้นำแนวคิดด้านพลังงานสะอาดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ในปี 2568 มีคณะครูและนักเรียนเข้าร่วมจำนวน 124 คน โดยมีผลงานการประกวดวีดีโอสั้นที่พัฒนาขึ้นจำนวน 5 ผลงาน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการพัฒนาความพร้อมของโรงเรียนควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้และทักษะแห่งอนาคต เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ด้านสาธารณสุข

บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า โดยในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อ ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อมของหน่วยงานในชุมชนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และดูแลสุขภาพของประชาชน ผ่านการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น อาทิ ถุงมืออนามัย น้ำยาฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ล้างแผล และอุปกรณ์สำหรับตรวจติดตามภาวะสุขภาพ รวมมูลค่าประมาณ 15 ล้านกีบลาว หรือประมาณ 21,600 บาท เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่

ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อธุรกิจ
  • แสดงถึงจุดยืนของบริษัทในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ภายใต้หลักปรัชญา “Empowering the world compassionately”
  • สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยบูรณาการมิติด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเข้ากับการดำเนินธุรกิจพลังงาน
  • เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย ส่งผลต่อการได้รับการยอมรับในการดำเนินโครงการในระยะยาว (Social License to Operate)
  • เสริมภาพลักษณ์องค์กรด้าน ESG และความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับประเทศและภูมิภาค
ตัวชี้วัดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • เพิ่มโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลรอบโครงการเข้าถึงโอกาสด้านการศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เยาวชน และเกษตรกร ผ่านการเข้าถึงบริการพื้นฐาน องค์ความรู้ และทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
  • เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงเรียน หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน ในการพัฒนาพื้นที่อย่างเหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น
  • โครงการสามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ได้แก่ SDG 2, 3, 4, 6, 8, 11, 13, 15 และ 17

ด้านสิ่งแวดล้อม

  • ในปี 2568 บี.กริม เพาเวอร์ ได้ดำเนินโครงการปลูกป่าและฟื้นฟูพื้นที่ใน สปป.ลาว ครอบคลุมพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ได้แก่ เซนำน้อยและเซกะตำ (XXHP) และน้ำแจ 1 (NC1HP) ในพื้นที่ เมืองปากช่อง แขวงจำปาสัก และ เมืองท่าโทม แขวงไซสมบูรณ์ รวมพื้นที่ดำเนินงาน 5 เฮกตาร์ โดยปลูกต้นไม้จำนวน 1,760 ต้น ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นและพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับระบบนิเวศของพื้นที่ รวม 5,802 ต้น และ 13.43 เฮกตาร์ ตั้งแต่ปี 2566 ความพยายามดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กร ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ขยายพื้นที่สีเขียว และมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในประเทศไทยและในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
  • กิจกรรมวันปลูกต้นไม้แห่งชาติ สปป.ลาว บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมกับกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว สนับสนุนการปลูกต้นไม้เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ณ อุทยานแห่งชาติพูเขาควาย บ้านเวินกะเบา เมืองปากงึม นครหลวงเวียงจันทน์ โดยสนับสนุนกล้าไม้พื้นเมืองที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและระบบนิเวศจำนวน 1,000 ต้น จากเป้าหมายรวมของภาครัฐ 12,000 ต้น อาทิ ไม้แต้ค่า ไม้ดู่ ไม้แต้ห้อ และไม้ติ้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตป่าอนุรักษ์และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน