
“เรากําลังมุ่งเสริมสร้างผลกําไรให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมสร้างกลไกขับเคลื่อนการเติบโตแห่งอนาคตเพื่อรองรับระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยอาศัยการดําเนินงานที่รอบคอบมีวินัย การขยายการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยง และการจัดสรรเงินทุนอย่างมีกลยุทธ์”
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
ในปี 2568 บี.กริม เพาเวอร์ ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดําเนินงานอย่างรอบคอบมีวินัย ทั้งในด้านโซลูชั่นสําหรับอุตสาหกรรม พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานที่กําลังเติบโต ภายใต้ยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global & Green เรายังคงเดินหน้าเสริมสร้างพอร์ตการลงทุนให้พร้อมรับความท้าทาย ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่แหล่งพลังงานที่สะอาดและพร้อมรองรับอนาคตมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น เรายังเดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม (IU – Industrial User) ต่อยอดจากปีก่อน ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการโซลูชั่นพลังงานที่มีความเสถียร แข่งขันกับคู่แข่งได้ และปล่อยคาร์บอนต่ำ ในขณะเดียวกัน เรายังได้ขยายพอร์ตโครงการพลังงานหมุนเวียนให้เติบโตขึ้นจนมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 31.0 ของกําลังการผลิตที่เปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์แล้วทั้งหมด 4,248 เมกะวัตต์
ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนแผนงานสู่การปฏิบัติจริง โดยมีโครงการพลังงานหมุนเวียนหลายแห่งในตลาดหลักที่เริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์หลายโครงการ ในประเทศญี่ปุ่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คุชินาชิ (กําลังการผลิต 14 เมกะวัตต์) ได้เริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ในสาธารณรัฐเกาหลี โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนบก KOPOS (กําลังการผลิต 19.2 เมกะวัตต์) ได้เปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์แล้วเช่นกัน ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล Nakwol1 (กําลังการผลิตรวม 364.8 เมกะวัตต์) ได้เริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์บางส่วนในระหว่างปี และยังคงเดินหน้าตามแผนงานเพื่อเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบตามเป้าหมายในช่วงกลางปี 2569 นอกจากนี้ ในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ บี.กริม เพาเวอร์ ยังบรรลุความสําเร็จสําคัญอีกขั้น ด้วยการเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ARECO ขนาดกําลังการผลิต 65 เมกะวัตต์
ส่วนในประเทศไทย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อู่ตะเภา (กําลังการผลิต 18 เมกะวัตต์) ได้เริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ควบคู่ไปกับการขยายการติดตั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นทั้งสิ้น 75.5 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์ อีกทั้งยังมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาในประเทศอื่น ๆ ที่ดําเนินการเพิ่มเติมอีกรวมเป็นทั้งสิ้น 31.2 เมกะวัตต์ ความสําเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงวินัยในการพัฒนาโครงการและความสามารถของบริษัทในการพัฒนาสินทรัพย์ที่พร้อมผลิตพลังงานสะอาดและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวได้ทันที
ในประเทศไทย เรายังคงมุ่งเน้นการเสริมสร้างเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขันของแหล่งพลังงานหลัก ควบคู่ไปกับขยายโซลูชั่นสําหรับภาคอุตสาหกรรมให้ครอบคลุม ทั้งพลังงานรูปแบบดั้งเดิม และพลังงานหมุนเวียน โดยในปีที่ผ่านมา โครงการพลังงานหมุนเวียนหลายแห่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สําหรับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและพาณิชย์รวมถึงโครงการภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐ นอกจากนี้ การนําสูตรราคาในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารูปแบบใหม่มาใช้ยังช่วยสร้างความสมดุลระหว่างผลตอบแทนสําหรับผู้ผลิตและเหมาะสมของราคา สําหรับผู้ใช้ไฟฟ้า ส่งผลให้การบริหารจัดการต้นทุนมีความโปร่งใสและคาดการณ์ได้แม่นยํา ยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน การจัดหาก๊าซ LNG ยังช่วยเสริมความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงและความพร้อมในการรับมือ กฎระเบียบและโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งช่วยการดําเนินงานของเราในประเทศไทยให้แข็งแกร่งพร้อมรับความท้าทายยิ่งขึ้น
ในส่วนธุรกิจต่างประเทศ เราได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างการเติบโตและกระจายการลงทุนผ่านการเดินหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียนในหลากหลายตลาด พร้อมทั้งผนึกกําลังกับพันธมิตรในแต่ละที่เพิ่มเสริมความแข็งแกร่ง โดยโครงการในต่างประเทศหลายแห่งสามารถเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ได้สําเร็จตามกําหนดเวลาในงบประมาณที่วางไว้ ช่วยขยายขอบข่ายการดําเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น และลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงแห่งเดียว สินทรัพย์ในต่างประเทศเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างกําไร แต่ยังเพิ่มทางเลือกในการเติบโตระยะยาวให้กับ บี.กริม เพาเวอร์ ด้วยการนําบริษัทเข้าไปรุกตลาดที่มีปัจจัยพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนที่เอื้ออํานวยและมีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ
โดยรวมแล้ว ความก้าวหน้าในภาพรวมของธุรกิจทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ผนวกกับการกระจายพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่องและการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ช่วยสนับสนุนให้บริษัทมีผลการดําเนินงานที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างให้ฐานกําไรโดยรวมของเรามีความมั่นคงยิ่งขึ้น
ในด้านการกระจายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เราได้ขยายขอบเขตการดําเนินงานจากการผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Digital Edge หนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนําในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการพัฒนา ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 96 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกําหนดแล้วเสร็จในปี 2570 ซึ่งช่วยขยายขีดความสามารถของเราไปสู่การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (DIaaS – Digital Infrastructure-as-a-Service) โดยโครงการนี้เป็นการนําสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานระยะยาวและแพลตฟอร์มพลังงานที่มีความเสถียรสูงของ บี.กริม เพาเวอร์ มารองรับความต้องการบริการดิจิทัลระดับไฮเปอร์สเกล (Hyperscale) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI – Artificial Intelligence) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เรายังมุ่งพัฒนา ดาต้าเซ็นเตอร์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC – Eastern Economic Corridor) ที่พร้อมรองรับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อนำจุดแข็งด้านเสถียรภาพทางพลังงาน ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความยั่งยืนมาสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลที่กําลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านดิจิทัลและนวัตกรรมของภูมิภาค
ภายใต้กรอบการดําเนินงานแบบ DIaaS เราได้พัฒนาแพลตฟอร์มพลังงานและซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัทเอง เพื่อรองรับกลไกตลาดรูปแบบใหม่ที่กําลังจะเกิดขึ้น เช่น การเปิดให้บุคคลที่สามใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Third-Party Access) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ขีดความสามารถเหล่านี้เป็นการต่อยอดจากประสบการณ์ด้านการซื้อขายพลังงานขั้นสูงและตลาดไฟฟ้าเสรีในต่างประเทศ และช่วยเสริมความพร้อมให้กับ บี.กริม เพาเวอร์ ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การจัดหาพลังงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีระบบการจัดการธุรกรรมที่โปร่งใส และสามารถประสานความร่วมมือกับลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และลูกค้าอุตสาหกรรมได้อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางกฎระเบียบและโครงสร้างตลาดที่กําลังเปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ ความยั่งยืน นวัตกรรม และบุคลากร ยังคงเป็นหัวใจสําคัญในการขับเคลื่อนการดําเนินงานของเรา บี.กริม เพาเวอร์ ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องจากดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (ESG) ในระดับสากล ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ การมีการกํากับดูแลกิจการที่เข้มแข็ง และการมีส่วนร่วมสร้างประโยชน์ต่อสังคม เรายังคงเดินหน้าลงทุนพัฒนาศักยภาพบุคลากร เสริมสร้างภาวะผู้นํา และพัฒนาความร่วมมือกับชุมชน เพราะเราตระหนักดีว่าความสําเร็จในระยะยาวนั้นสร้างขึ้นจากบุคลากรที่มีความสามารถและความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ในขณะเดียวกัน เรายังเดินหน้าเสริมโครงสร้างทางการเงินของเราให้แข็งแกร่งด้วยการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย การบริหารจัดการงบแสดงฐานะการเงินเชิงรุก และการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ เรายังอาจพิจารณาแปลงสินทรัพย์เป็นเงินทุน (Asset Monetisation) เพื่อดึงมูลค่าจากสินทรัพย์ที่มีมูลค่าถึงจุดสูงสุดหรือสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อนำเงินทุนกลับมาหมุนเวียนลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยง แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน ส่งเสริมโอกาสในการเติบโตในอนาคต และช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ
ในอนาคต เรายังคงมุ่งเน้นการเติบโตและการลงทุนที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มกําลังการผลิตให้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 โดยมีสัดส่วนจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่าร้อยละ 50.0 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นอกจากนั้น เรายังมีการจัดลําดับประเด็นสําคัญทางกลยุทธ์ที่ชัดเจนและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้เรามีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนอนาคตที่มีพร้อมรับความท้าทาย มีความยั่งยืน และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน
เรามุ่งมั่นสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนและแข่งขันกับระดับทั่วไปในตลาดได้ให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการจัดสรรเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ความเป็นเลิศในการดําเนินงาน และการเลือกลงทุนในโครงการที่สร้างมูลค่าในระยะยาวอย่างชัดเจน นอกจากนี้ เรายังมุ่งเสริมสร้างฐานกําไรให้แข็งแกร่ง ขยายกลไกขับเคลื่อนการเติบโตแห่งอนาคต และรักษาความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการก้าวสู่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ทั้งในด้านการขยายขนาดธุรกิจ ความยั่งยืน และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
นายนพเดช กรรณสูต
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม
นายพีรเดช พัฒนจันทร์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียน
นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี