นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

1. บทนำ

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (ต่อไปนี้จะรวมเรียกว่า “บี.กริม เพาเวอร์”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อให้การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการของ บี.กริม เพาเวอร์ จึงได้กำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม) และกฎหมาย และกฎระเบียบที่ใช้บังคับอื่นๆ (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ”)

2. ขอบเขต

เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายฉบับนี้จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย และวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล โดยบี.กริม เพาเวอร์ จะจัดให้มีระเบียบและแนวทางเพื่อกำหนดขั้นตอนปฏิบัติงาน (Procedure and Guideline) และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมในแต่ละประเภทนั้น จะได้รับความคุ้มครองและได้รับความปลอดภัย

3. นิยาม

บริษัทย่อย หมายถึง บริษัท หรือนิติบุคคลที่ บี.กริม เพาเวอร์ มีอำนาจควบคุม หรืออยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของ บี.กริม เพาเวอร์ หรือ บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงเกินกว่าร้อยละ 50 ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมตลอดสาย

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีความละเอียดอ่อนตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

การประมวลผลข้อมูล หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บี.กริม เพาเวอร์ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมเท่าที่จำเป็นภายในขอบเขตของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ โดยมีวัตถุประสงค์ และขอบเขต เพื่อการดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ของ บี.กริม เพาเวอร์ เท่านั้น ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ จะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลรับรู้ และให้ความยินยอมเป็นหนังสือ หรือให้ความยินยอมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ได้กำหนดไว้ เว้นแต่การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะเข้าข้อยกเว้นตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ได้กำหนดไว้

4.1 ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการจัดเก็บ

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ บี.กริม เพาเวอร์ อาจเก็บรวบรวมจะขึ้นอยู่กับลักษณะของกิจกรรม สถานที่ รวมถึงวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลดังนี้

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนได้ อาทิ ชื่อ นามสกุล รูปถ่าย เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง หมายเลขใบอนุญาตขับขี่ วันเกิด อาชีพ ตำแหน่ง ชื่อสถานที่ทำงาน สัญชาติ เพศ สถานภาพการสมรส ทะเบียนรถ บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดภายในพื้นที่ที่อยู่ในความควบคุมของ บี.กริม เพาเวอร์ ชื่อผู้ใช้ระบบ รหัสผ่าน

(2) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ตามคำนิยามในข้อ 3

(3) ข้อมูลการติดต่อบุคคล อาทิ ที่อยู่ที่บ้านหรือสถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล Social Application เช่น LINE Whatsapp Facebook

(4) ข้อมูลทางการเงินส่วนบุคคล อาทิ รายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

(5) ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน อาทิ ข้อมูลการสัมภาษณ์งาน การประเมินผลการทำงานตำแหน่งงาน เงินเดือน ผลประโยชน์จากการจ้างงานอื่นๆ ข้อมูลประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

(6) ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ อาทิ ข้อมูลทางเทคนิคจากการเข้าใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของ บี.กริม เพาเวอร์ ข้อมูลการใช้งานและการเข้าถึงระบบสารสนเทศ (Log files) เลขที่อยู่ไอพี (IP Address) คุกกี้ (Cookie)

4.2 แหล่งที่มาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บี.กริม เพาเวอร์ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงเป็นหลัก อย่างไรก็ดี บี.กริม เพาเวอร์ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เช่น

(1) แหล่งข้อมูลสาธารณะ

(2) นายทะเบียนหุ้น นายทะเบียนหลักทรัพย์

(3) การติดต่อสื่อสารใดๆ ทั้งต่อหน้า หรือผ่านเครื่องมือสื่อสาร

(4) ผู้ที่เกี่ยวข้องของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ หาก บี.กริม เพาเวอร์ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น บี.กริม เพาเวอร์ จะเก็บรวบรวมโดยการปฏิบัติตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ได้กำหนดไว้

5. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บี.กริม เพาเวอร์ จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของ บี.กริม เพาเวอร์ ภายใต้หลักเกณฑ์การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย สัญญา และประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • เพื่อการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การจัดทำฐานข้อมูล วิเคราะห์ และพัฒนากระบวนการดำเนินงาน
  • เพื่อใช้ในการยืนยันหรือระบุตัวตนเมื่อเข้าใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล
  • เพื่อการตรวจสอบข้อมูลของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย
  • เพื่อปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อการใดๆ อันมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย และ/หรือเพื่อปฏิบัติให้เป็นตามกฎหมาย กฎ ประกาศ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานของ บี.กริม เพาเวอร์
  • เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ บันทึก สำรอง หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

บี.กริม เพาเวอร์ จะไม่กระทำการใดๆ นอกเหนือจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ข้างต้น เว้นแต่

(1) ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้แก่เจ้าของข้อมูลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

(2) เป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

6. การให้ความยินยอม

บี.กริม เพาเวอร์ จะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นหนังสือ หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไว้ก่อนหรือในขณะนั้น ยกเว้นกรณีที่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีดังกล่าว

ในกรณีที่ บี.กริม เพาเวอร์ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บี.กริม เพาเวอร์ จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยชัดแจ้งก่อน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด

การให้ความยินยอมของเจ้าของข้อมูล หมายถึง เจ้าของข้อมูลยินยอมให้ บี.กริม เพาเวอร์ กระทำการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลต่อบุคคล หรือนิติบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศตามที่ระบุไว้ข้างต้นตามนโยบายนี้ เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

7. การปฏิเสธการให้ความยินยอม

การให้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่กระทำโดยสมัครใจ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจปฏิเสธการให้ข้อมูลตามที่ บี.กริม เพาเวอร์ ร้องขอได้ แต่การไม่ให้ข้อมูลดังกล่าว อาจส่งผลให้ บี.กริม เพาเวอร์ ไม่สามารถเข้าทำสัญญา ข้อผูกพัน ให้สวัสดิการ ให้หรือรับสินค้าหรือบริการใดๆ แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่สามารถดำเนินการใดๆ ตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเงื่อนไขและข้อกำหนดใดๆ ที่ต้องปฏิบัติได้

8. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บี.กริม เพาเวอร์ จะไม่ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น โดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของข้อมูล และจะเปิดเผยตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ กำหนด และกรณีที่มีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ บี.กริม เพาเวอร์ และการให้บริการแก่เจ้าของข้อมูล บี.กริม เพาเวอร์ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลให้แก่บุคคลทั้งในและต่างประเทศ ดังต่อไปนี้

(1) บริษัทย่อยของ บี.กริม เพาเวอร์

(2) ผู้ถือหุ้น หรือผู้มีส่วนได้เสีย

(3) คู่สัญญา ผู้รับจ้างช่วง ผู้ให้บริการที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของ บี.กริม เพาเวอร์

(4) บุคคลใดๆ ที่เจ้าของข้อมูล ยินยอมให้ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล

(5) บุคคล หรือหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย ตามคำสั่งศาล หรือหน่วยงานอื่นใดที่มีอำนาจตามกฎหมาย

นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ จะดำเนินการให้บุคคลที่ได้รับข้อมูลไป ทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ บี.กริม เพาเวอร์ ได้กำหนดไว้

9. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

บี.กริม เพาเวอร์ จะกำหนดมาตรการการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล รวมถึงมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ กฎหมาย และแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่พนักงานของ บี.กริม เพาเวอร์ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

10. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บี.กริม เพาเวอร์ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเวลาที่จำเป็น โดยจะเก็บตลอดระยะเวลาที่เจ้าของข้อมูลมีความสัมพันธ์กับ บี.กริม เพาเวอร์ และภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่เจ้าของข้อมูลยุติความสัมพันธ์กับ บี.กริม เพาเวอร์ เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

บี.กริม เพาเวอร์จะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว

11. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดดังต่อไปนี้

(1) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ขอรับสำเนา หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม

(2) สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

(3) สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

(4) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

(5) สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

(6) สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

(7) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

(8) สิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การเรียกร้องตามสิทธิดังกล่าวจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงไม่ขัดต่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายอื่นใดที่ บี.กริม เพาเวอร์ จำเป็นต้องปฏิบัติตาม

12. ข้อมูลติดต่อ

หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือประสงค์ที่ใช้สิทธิตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 11 สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

• อีเมล: dpo@bgrimmpower.com

13. การทบทวนและปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บี.กริม เพาเวอร์ อาจทบทวนและปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อพัฒนากระบวนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ บี.กริม เพาเวอร์ ให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม โดยบี.กริม เพาเวอร์ จะประกาศแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป