สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ปี 2562 บี.กริม เพาเวอร์ ได้ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าและ ไอน้ำสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมรวมถึงเศรษฐกิจของภูมิภาค ครบ 24 ปี โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี ให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบต่อ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ภายใต้พื้นฐานหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีด้วย จรรยาบรรณทางธุรกิจมาโดยตลอด เรามีความภาคภูมิใจที่บริษัทได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และได้รับรางวัล Platinum Award Excellence in ESG ในงาน The Asset ESG Corporate Awards 2019 ณ ประเทศฮ่องกง ทั้งนี้ บริษัทได้ขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนสู่สัดส่วนกำลังการผลิตร้อยละ 30 โดยบุกเบิกลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสามารถก่อสร้างสำเร็จภายใต้งบประมาณที่วางไว้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี และในส่วนของการเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของ อุตสาหกรรมในอนาคตนั้น บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากล หลายรายเช่น บริษัท LG Chem บริษัท Siemens และบริษัท PetroVietnam Power ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านผลการดำเนินงาน บริษัทมีรายได้รวม 44,132 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 20.6 จากปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิจากงบการเงิน รวม 3,977 ล้านบาทและกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,331 ล้านบาทเติบโตจากปี 2561 ถึงร้อยละ 25.1 ถือเป็นผลสำเร็จจากการทุ่มเทปฏิบัติงานด้วยความร่วมมือร่วมใจของผู้บริหารและทีมงานทุกคนโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเสมอมา โดยในปี 2562 นั้น มีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 46 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 2,896 เมกะวัตต์ ขยายตัวถึงร้อยละ 40 จากปีก่อนหน้า จากการเข้าซื้อกิจการเอสพีพี 1 เพื่อขยายธุรกิจ เชิงกลยุทธ์ไปสู่พื้นที่มาบตาพุด และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอีก 4 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ DT 1&2 และ Phuyen TTP ในประเทศเวียดนาม โรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำแจ 1 ใน สปป. ลาว และ โรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมในประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัท อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีกหลายโครงการซึ่งจะทำให้กำลัง การผลิตติดตั้งขยายตัวเป็น 3,424 เมกะวัตต์ในปี 2568 ทั้งนี้ เมื่อ เดือนพฤศจิกายน 2562 บริษัทได้ประสบความสำเร็จในการออก หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน จำนวน 8,000 ล้านบาท เสนอขาย ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับโครงสร้าง เงินทุน และนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ไปใช้ในการขยายการลงทุน และการดำเนินงานตามปกติ ทำอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินรวมลดลงมาสู่ระดับ 1.0 เท่า ณ สิ้นปี 2562 จาก 1.5 เท่า ณ สิ้นปี 2561

ด้านการบริหารทรัพยากร บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ามาโดยตลอด ด้วยการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับพนักงานและผู้เกี่ยวข้องด้าน การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้ยึดหลักการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำตามแนวทาง ความยั่งยืน และมีการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกับ นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ มาโดยตลอด น้ำส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาใช้ใน โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเป็นน้ำที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลหรือจากการบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้มั่นใจว่าสามารถ บริหารจัดการน้ำได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องแม้ในช่วงที่มีภัยแล้ง ในปี 2563

ด้านความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ รายได้ส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 71 ไม่มีความผันผวนต่อภาวะ เศรษฐกิจนัก โดยร้อยละ 65 มาจากการจำหน่ายให้การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีเงื่อนไขมาตรฐานในสัญญา แบบไม่ใช้ก็ต้องจ่าย (Take-or-pay Basis) และอีกร้อยละ 6 มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ในส่วนของการให้บริการต่อลูกค้า อุตสาหกรรมนั้นความหลากหลายของกลุ่มลูกค้าทำให้ธุรกิจ มีความมั่นคง ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากกลุ่มอุตสาหกรรมใน ประเทศไทยขยายตัวร้อยละ 1.3 ในปี 2562 โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์ และผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2563 นอกจากนี้บริษัทมี ลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่องอีก 31 เมกะวัตต์ในช่วง 9 เดือน แรกของปี 2563 ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ทั้งนี้ บริษัทมีการ เตรียมความพร้อมติดตามและวิเคราะห์ธุรกิจของลูกค้าอย่าง ใกล้ชิด อีกทั้งยังมีความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูง จากโรงงานอุตสาหกรรมอีกเป็นจำนวนมากในพื้นที่ที่โรงไฟฟ้า ของบริษัทตั้งอยู่ โดยปัจจุบันมีลูกค้าของบริษัทเพียงประมาณ 130 รายจากจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดมากกว่า 1,500 ราย ในนิคมอุตสาหกรรมเหล่านั้น

ในนามของคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุน บี.กริม เพาเวอร์ มาโดยตลอด ขอให้เชื่อมั่นว่าเราพร้อมมุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อพัฒนาองค์กรให้เป็น ส่วนสำคัญในการร่วมพัฒนาชุมชน ประเทศ และภูมิภาค อย่างมั่นคง และยั่งยืน โดยยึดปรัชญาการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี เพื่อสร้างความศิวิไลซ์ ภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ที่ยึดมั่นมากว่า 141 ปีของ บี.กริม

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร