สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

“ขอบพระคุณในความไว้วางใจ”

ปี 2561 ถือเป็นอีกปีที่ บี.กริม เพาเวอร์ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในหลายมิติทั้งด้านการขยายธุรกิจไปสู่ระดับภูมิภาค การเติบโตของกำลังการผลิต การบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในด้านต่างๆ และความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม แม้เป็นเพียงการเข้าสู่ปีที่สองของการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หุ้น BGRIM ได้รับคัดเลือกเข้าดัชนี SET50, SET100, SETCLMV รวมถึงรางวัล 1 ใน 100 บริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียน ด้วยการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG100) การได้รับการคัดเลือกให้เป็นหุ้นยั่งยืนประจำปี 2561 (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) และรางวัล First Time Sustainability Report และรางวัล Recognition จากโครงการประกาศรางวัลรายงานความยั่งยืนประจำปี 2561 อันเป็นผลจากความตั้งใจ และความทุ่มเทแรงกายแรงใจของทีมงาน ด้วยความรู้สึกขอบพระคุณในความไว้วางใจจากท่านผู้ถือหุ้น และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน

ผู้พัฒนาโครงการตัวจริง เปิดให้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามแผนเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งร้อยละ 26 ในปี 2561

บี.กริม เพาเวอร์ เป็นผู้พัฒนาโครงการตัวจริง เป็นผู้ถือหุ้นข้างมากในโครงการต่างๆ โดยริเริ่มพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มและมีทีมงานที่มีความสามารถ ในการร่วมพัฒนาและบริหารโครงการด้วยตัวเอง ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดให้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ทั้งหมด 10 โครงการ เป็นโรงไฟฟ้าแบบ Small Power Producer (SPP) ซ่ึงต้ังอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง 3 โครงการ และโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร พ.ศ. 2560 จำนวน 7 โครงการ รวมเป็นกำลังการผลิตติดต้ังที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด 430 เมกะวัตต์หรือเติบโตในอัตราร้อยละ 26 จากปีก่อนหน้า รวมเป็น 2,076 เมกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2561 โดยสามารถบริหารจัดการตามระยะเวลาและงบประมาณที่วางไว้ทั้งสิ้น

เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาค

บริษัทมีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสำคัญในการสร้างพลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างยั่งยืน ในปี 2561 บริษัทได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟระยะเวลา 20 ปี กับการไฟฟ้าแห่งเวียดนาม (Electricity of Vietnam หรือ EVN) เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในประเทศเวียดนามจำนวน 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 677 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการ Phu Yen TTP กำลังการผลิตติดต้ัง 257 เมกะวัตต์ และโครงการ DTE 1 & 2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 420 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา ทำให้สัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานสะอาดของบริษัทก้าวไปสู่เป้าหมายร้อยละ 30 และมีสัดส่วนกำลังการผลิตจากโครงการในต่างประเทศ เพิ่มเป็นร้อยละ 25 เมื่อรวมกำลังการผลิตจากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา

สานต่อความสำเร็จอย่างไม่หยุดยั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ด้วยประสบการณ์ ความชำนาญ และการเป็นผู้พัฒนาโครงการอย่างแท้จริง ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 16 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งจำนวน 1,170 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตทั้งหมดของ บี.กริม เพาเวอร์ เติบโตขึ้นอีกในสัดส่วนร้อยละ 56 รวมเป็น 3,245 เมกะวัตต์ ณ ปี 2568 ด้วยการเป็นผู้พัฒนาโครงการตัวจริงและการยึดหลักในการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารีและคำนึงถึงชุมชน เศรษฐกิจ สังคม และการเติบโตอย่างยั่งยืนเสมอมา บริษัทได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการศึกษาหรือพัฒนาโครงการร่วมกัน สำหรับในประเทศนั้น บริษัทได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการระบบไฟฟ้าและน้ำเย็นในพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งมีแผนการดำเนินงานโรงไฟฟ้ารูปแบบผสมผสาน (Hybrid) ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) มีกำลังการผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 145 เมกะวัตต์สำหรับระยะแรก นอกจากนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจในเชิงกลยุทธ์โดยเข้าซื้อโรงไฟฟ้า Glow SPP 1 เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างโรงไฟฟ้าแบบ SPP ใหม่เพื่อเปิดให้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ อีก 2 โครงการ ในช่วงระยะเวลาไม่เกินปี 2567 ในพื้นที่มาบตาพุดซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก นอกจากนี้ บริษัทยังคงขยายธุรกิจไปต่างประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง อาทิ ประเทศ มาเลเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง Korea Electric Power Corporation หรือ KEPCO เป็นต้น

พัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

บริษัทไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาการบริหารจัดการ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานและลดต้นทุนทางการเงิน อันจะสะท้อนไปยังผลประกอบการและการเติบโตอย่างยั่งยืน ตัวอย่างเช่น ความร่วมมือกับบริษัท ซีเมนส์ ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าทั้งด้านการประหยัดเชื้อเพลิง การลดระยะเวลาในการซ่อมบำรุง และการเพิ่มจำนวนเมกะวัตต์ที่สามารถจำหน่ายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มข้ึน นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการออกหุ้นกู้ท้ังในระดับโครงการและระดับบริษัท เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลงทุนและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ โดยในปี 2561 บริษัทประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ทั้งหมด 3 ชุด ได้แก่ 1) หุ้นกู้ในระดับโครงการ บริษัท บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 จำกัด และ บริษัท บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 2 จำกัด มูลค่า 6,700 ล้านบาท 2) หุ้นกู้ในระดับบริษัท มูลค่า 9,700 ล้านบาท และ 3) ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือกรีนบอนด์ มูลค่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการออกหุ้นกู้กรีนบอนด์ที่ได้รับการรับรองโดย Climate Bonds Initiative โดยได้รับรางวัล Most Innovative Deal จากสมาคมตราสารหนี้แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับตราสารหนี้ที่มีความโดดเด่นในการระดมทุนอย่างสร้างสรรค์และประกาศนียบัตร First Non-Financial Corporate Green Bond from Thailand จากองค์กร Climate Bonds Initiative

กำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดย้ัง ทำให้ผลประกอบการปี 2561 มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น ด้วยรายได้ที่เติบโตในอัตราร้อยละ 16.2 จากปีก่อนหน้าเป็น 36,585 ล้านบาท อันเป็นผลจากความสำเร็จในการเปิดให้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าทั้งสิ้น 10 โครงการตลอดปี 2561 บริษัทรายงานผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงานหรือ Normalized Net Profit จากงบการเงินรวมที่ 3,027 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 1,842 ล้านบาท หรือเติบโตในอัตราร้อยละ 6.7 จากปีก่อนหน้า แม้ในปี 2561 จะมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนมากกว่าปีก่อนหน้า และมีต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นก็ตาม หากพิจารณาถึงแนวโน้มธุรกิจในปี 2562 แล้ว บริษัทมีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าอีก 4 โครงการ เมื่อรวมการซื้อโรงไฟฟ้า GLOW SPP 1 ด้วยแล้ว ทำให้กำลังการผลิตติดตั้ง โดยรวมของบริษัทเพิ่มอีก 821 เมกะวัตต์หรือ ร้อยละ 40 รวมเป็น 2,896 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ บริษัท มีแนวโน้มได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นค่า Ft เมื่อเดือนมกราคม 2562 ด้วย

มุ่งมั่น “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” ไปด้วยกัน

ทั้งหมดนี้ เป็นอีกก้าวที่มั่นคงของ บี.กริม เพาเวอร์ ในเส้นทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ในฐานะตัวแทนของคณะผู้บริหารและทีมงานทุกคน ดิฉันขอกราบขอบพระคุณในความไว้วางใจของท่านผู้ถือหุ้น ความไว้วางใจของท่านเป็นพลังสำคัญ ที่ทำให้เราไม่หยุดยั้งที่จะทุ่มเทแรงกายและแรงใจ นำพาบริษัทไปสู่บริษัทชั้นนำระดับสากล เคียงคู่ไปกับการสนับสนุนและพัฒนาชุมชน เศรษฐกิจ และสังคม ไปด้วยกัน

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร