สารจากประธานกรรมการ

บี.กริม เป็นบริษัทที่มีประวัติศาสตร์และอยู่เคียงคู่กับสังคมไทยมายาวนานกว่า 141 ปี เริ่มต้นจากปี 2421 ที่ มร. แบร์นฮาร์ด กริม และ มร. แอร์วิน มุลเลอร์ บุกเบิกธุรกิจยาสมัยใหม่ตำรับตะวันตกภายใต้ร้านขายยาสัญชาติเยอรมันแห่งแรกในประเทศไทย โดยช่วยเยียวยารักษาชีวิตผู้คนมากมาย ซึ่งทำให้ บี.กริม ได้รับ พระราชทานตราแผ่นดินแบบอาร์มจากรัชกาลที่ 5 และได้รับการ แต่งตั้งให้เป็น “เภสัชกรหลวงแห่งราชสำนักไทย” หลังจากนั้นได้ ร่วมกับตระกูลสนิทวงศ์ดำเนินโครงการขุดคลองรังสิตที่มีความยาว ถึง 1,500 กิโลเมตร มีความยาวที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเวลาต่อมา บี.กริม ได้วางระบบโทรเลขในประเทศไทย เป็นครั้งแรก รวมถึงมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่สำคัญ อาทิ การพัฒนาระบบการสื่อสารและ โทรคมนาคม การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า และการนำเข้าอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมชั้นนำหลากหลายชนิดจากต่างประเทศ

บี.กริม เพาเวอร์ เป็นหนึ่งในธุรกิจของ บี.กริม ที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญตลอดช่วงระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าและไอน้ำ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า ในนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อเนื่องเรื่อยมาเพื่อรองรับการเติบโตของ ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูง จนกระทั่งปัจจุบันที่บริษัทได้ขยายการลงทุน โรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ อาทิ ประเทศกัมพูชา เวียดนาม เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และ สปป. ลาว

โดยในปี 2562 นี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย บริษัท มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งจากการประสบความสำเร็จในการพัฒนา โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่ง กำลังการผลิต ไฟฟ้ารวม 677 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งหนึ่งในโครงการ ดังกล่าวเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีขนาดใหญ่ ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีขนาดกำลังการ ผลิตไฟฟ้า 420 เมกะวัตต์ ถือเป็นก้าวที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึง ศักยภาพของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน ในระดับภูมิภาค นอกจากนั้นในปีนี้กิจการร่วมค้า บี.กริม เพาเวอร์- เอนเนอร์ยี่ ไชน่า ยังได้รับการคัดเลือกจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยให้เป็นผู้จัดซื้อและก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ กำลังการผลิตไฟฟ้า 45 เมกะวัตต์ ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร ซึ่งถือเป็นโครงการพลังงาน แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

บริษัทวางเป้าหมายขยายการเติบโตในธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ได้ 5,000 เมกะวัตต์จากโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาภายในปี 2565 โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมร้อยละ 70 และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ร้อยละ 30 โดย ณ สิ้นปี 2562 บริษัทมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 46 โครงการ กำลังผลิตติดตั้ง 2,896 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมสัดส่วนร้อยละ 70 และโรงไฟฟ้าพลังงาน ทดแทนสัดส่วนร้อยละ 30 โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น จากปีก่อนหน้า 820 เมกะวัตต์ คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 โดยมีการจำหน่ายไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 13,082 กิกะวัตต์-ชั่วโมง เติบโตร้อยละ 19 จากปี 2561 สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งมั่นในการ ดำเนินธุรกิจให้เติบโตและมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมั่นว่า บริษัทจะสามารถดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ และบรรลุตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ได้

ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทที่จะสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วย ความโอบอ้อมอารี เรามีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้แข็งแรง เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความเป็นมืออาชีพในการ บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีความพร้อมต่อการปรับตัวทางธุรกิจให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วยเช่นกัน

ภายใต้ปรัชญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี เพื่อสร้างความศิวิไลซ์ภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ” และวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งได้แก่ การมีทัศนคติที่ดี ความเป็นมืออาชีพ ความร่วมมือกัน และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ล้วนส่งเสริม ให้บุคลากรทุกคนสามารถทำงานร่วมกันด้วยพลังแห่งความสมัครสมานสามัคคี และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้กิจการงานของบริษัทประสบผลสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง จนในวันนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นในการเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในนามคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านอย่างจริงใจที่ได้ให้ความไว้วางใจ และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการดำเนิน ธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี พร้อมความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าและประโยชน์ในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

นายฮาราลด์ ลิงค์
ประธานกรรมการ