สารจากประธานกรรมการ

การปลูกฝังให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในองค์กร เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ บี.กริม มีส่วนร่วมในการบุกเบิกและพัฒนาด้านสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทยมายาวนานกว่า 140 ปี เริ่มต้นด้วยการดำเนินธุรกิจร้านขายยาแห่งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2421 หลังจากนั้น บี.กริม และตระกูลสนิทวงศ์ ได้ร่วมกันดำเนิน โครงการขุดคลองรังสิตที่มีความยาวถึง 1,500 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการชลประทานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการช่วยพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวในภาคกลางของประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนี้ บี.กริม ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาทิ การวางระบบโทรเลข การพัฒนาระบบสื่อสารและโทรคมนาคม การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า รวมถึงการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และการนำเข้าสินค้าชั้นนำหลากหลายชนิดจากต่างประเทศ

ปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่ บี.กริม ยึดมั่นมาโดยตลอด คือ “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารีเพื่อสร้างความศิวิไลซ์ภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ” ด้วยการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงชุมชน สังคม การศึกษา และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนทางด้านวัฒนธรรม การกีฬา และศาสนา ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ บี.กริม ได้ยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอดนับตั้งแต่บริษัทเริ่มก่อตั้งในปี 2421

ในช่วง 20 ปีที่แล้ว ที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้า โดย บี.กริม ได้ร่วมมือกับบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม อมตะนคร เพื่อรองรับการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศสู่ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำที่มีคุณภาพและ เสถียรภาพระดับสูง

ด้วยวิสัยทัศน์แรกเริ่มของ บี.กริม เพาเวอร์ คือ การมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก ทำให้ บริษัทประสบความสาเร็จในการก่อสร้างทุกโครงการโรงไฟฟ้า ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม สำหรับภาคอุตสาหกรรม โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยทุกโครงการสามารถดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตามกำหนดด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ และมีประสิทธิภาพสูงกว่าข้อกำหนดตามสัญญาทั้งสิ้น อีกทั้งบริษัทยังมีการบริหารจัดการประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าในระดับสากลด้วยความร่วมมือจากบริษัท ซีเมนส์ ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงเครื่องกังหันก๊าซด้วยจำนวนวันที่น้อยที่สุดในโลก

การบรรลุวิสัยทัศน์ตั้งต้นด้วยการถือปฏิบัติตาม ค่านิยมหลัก 4 ประการ อันได้แก่ การมีทัศนคติที่ดี ความเป็นมืออาชีพ ความร่วมมือกัน และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปัจจุบันบริษัทมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ คือ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี”

ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่นี้ บริษัทได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในประเทศไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม เกาหลีใต้ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยในปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดให้ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว รวมถึงโครงการที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,245 เมกะวัตต์

ภายในปี 2562 บริษัทจะมีสัดส่วนกำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานทดแทนเพิ่มเป็นร้อยละ 30 ของกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อนและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในช่วงเวลาเดียวกันนี้สัดส่วนกำลังการผลิตติดตั้งจากโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ จะเพิ่มเป็นร้อยละ 25 เมื่อรวมโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาทั้งหมด

สิ่งหนึ่งในความภาคภูมิใจของบริษัทในปี 2561 คือ การเป็นผู้ประกอบการเอกชนรายแรกที่ออก หุ้นกู้กรีนบอนด์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใช้ในการระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ในการลงทุนหรือสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เป็นผู้ลงทุนแต่เพียงผู้เดียว

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ขอถือโอกาสนี้ในการแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งจากใจจริงต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นของบริษัททุกท่าน

ขอแสดงความนับถือ

ฮาราลด์ ลิงค์
ประธานกรรมการ